"ธีรภัทร"แนะนายกฯลาออก กปปส.ยุติม็อบ "ยิ่งลักษณ์"แจงอยู่เพื่อส่งมอบกติกาประชาธิปไตยโดยถูกต้องตามรธน.ใครก็ได้ที่เข้ามา
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่า ข้อเสนอของสภาพัฒนาการเมืองมี 2 แนวทางดังนี้ แนวทางทั่วไป 1.มีการเจรจาเพื่อหาทางออกระหว่างรัฐบาลกับกปปส. โดยอาศัยคนกลาง ซึ่งเป็นที่ยอมรับมาไกล่เกลี่ย 2.ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งของรัฐบาลกับประชาชน อย่ามองเป็นพรรคการเมือง ไม่เช่นนั้นไม่มีคนออกมาเป็นล้าน 3.การเลือกตั้ง 2 ก.พ. ไม่น่าเป็นหนทางแก้ปัญหา ซึ่งกกต.ก็ได้ชี้ประเด็นต่าง ๆ โดยมีมติให้เลื่อนเลือกตั้งออกไป
4.นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาไม่ว่ารัฐบาลจะสร้างขึ้นหรือไม่ เพราะวันนี้เป็นความแตกแยกของคนในประเทศ ในฐานะผู้นำที่ดีต้องรักษาความสามัคคีของคนในชาติ 5.ขณะนี้มีการประสานงานให้สภาพัฒนาการเมืองเป็นตัวกลาง ระหว่างรัฐบาลกับกปปส. ซึ่งขึ้นอยู่ทั้ง 2 ฝ่ายว่าจะยอมให้สภาพัฒนาการเมืองเป็นตัวกลางหรือไม่
6.รัฐบาลต้องลาออกจากการเป็นรัฐบาลรักษาการ และกปปส.ต้องหยุดการชุมนุมทันที เพื่อให้เกิดความชัดเจน และหากลไกกลางกำหนดให้มีสภาประชาชน และจะปฏิรูปอย่างไร 7.นำข้อเสนอจากหลากหลายเวทีมาพิจารณา 8.ควรจัดหารรัฐบาลเฉพาะกาล เพื่อไม่ให้เกิดเงื่อนไขสงครามกลางเมือง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากทำเหมือนนายธีรภัทร์ พูดได้ถือเป็นสิ่งที่ดี หลายภาคส่วนเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ รัฐบาลเรามีทางเลือก 2 ทาง 1.ลาออก 2.ยุบสภา จึงแสดงความรับผิดชอบโดยการยุบสภาแล้ว ดังนั้นวันนี้ไม่มีนายกรัฐมนตรีแล้ว มีเพียงนายกรัฐมนตรีที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกฏหมาย ไม่สามารถบอกว่าตนท้อ ไม่อยากทำ และจะทิ้งไว้เฉย ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะโดนพี่น้องประชาชนที่เลือกตนมากล่าวว่าไม่รับผิดชอบหรือไม่
"ดิฉันไม่ต้องการอยากให้ตัวเองอยู่เพื่อสร้างความขัดแย้ง แต่ที่อยู่เพื่อส่งมอบกติกานี้ ประชาธิปไตยนี้ให้กับคนใหม่ ใครก็ได้ที่เข้ามาโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญที่จะมารับตำแหน่งนี้ไปหลังการเลือกตั้ง นี่เพียงแค่การประคอง แต่ในวันนี้เราไม่รู้ว่าเราประคองแล้วมันจะไปได้อย่างไร เพราะหลายคนบอกว่าการประคองนี้ นำไปสู่การเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แต่ถ้าเราไม่เลือกตั้งวันนี้ เราจะเลื่อนก็ต้องศึกษา แต่ขณะเดียวกัน ถ้าเรายังเดินต่อแบบนี้ ดิฉันเชื่อว่าวันนี้ ทั้งสายการเมือง ตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงนักลงทุนสิ่งที่กลัวที่สุดคือการที่ไม่รู้ว่าทิศทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เขากลัวการเปลี่ยนระบบ เพราะไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าเขาจะลงทุนอย่างไร สิ่งนี้ต่างหากที่ดิฉันคิดว่าความขัดแย้งหากเราจะแก้เราสามารถแก้ได้ เราไม่เคยปิดกั้นหากใครที่จะเป็นตัวกลาง" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่มีรัฐบาลไหนอยากเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน แต่รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบแล้วดดยการลาออก เพื่อให้มีการเลือกตั้ง และให้ประชาชนมีสิทธิ์ในการเลือก รัฐบาลยินดีให้ความร่วมมือในทุกมิติถ้าตนสามารถปฏิบัติได้ แต่วันนี้ช่วยบอกด้วยว่าตนจะใช้อำนาจอะไรในการทำระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ขณะนี้ เพราะแม้กระทั่งอำนาจที่จะจ่ายเงินให้พี่น้องชาวบ้านยังไม่มีเลย เนื่องจากต้องถามคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนทุกครั้ง แล้วตนจะเอาอำนาจอะไรมาให้ วันนี้สถานะนายกรัฐมนตรีรักษาการไม่เหมือนนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจที่ปฏบิตัหน้าที่เติมอีกต่อไป สำหรับสิ่งที่ตนได้รับฟังประเด็นในทางบวกในเรื่องของการปฏิรูปประเทศว่าซึ่งหลายคนบอกว่าตนจัดเวทีนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ตนขอบอกว่าเวทีลักษณะนี้ยากจริง ๆ เพราะหลายคนกำลังบอกว่าเราพูดกว้างจนเกินไป แล้วเราจะจัดลำดับความสำคัญอย่างไรเพื่อให้มันเกิดขึ้นได้จริง ตนก็คิดว่าสิ่งสำคัญคือรับฟังทุกเวที เพราะวันนี้เราไม่ได้พูดกันอยู่เพียงแค่ 30-40 คนเท่านั้น แต่เราจะเปิดเวทีนี้อย่างไรให้ประชาชนทั่วประเทศได้มีส่วนร่วม
"ดิฉันขอตั้งคำถามคืนสู่เวทีว่าเราจะสร้างกลไกนี้อย่างไร และทำอย่างไรให้ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อให้เราเห็นทางออกในการแก้ไขปัญหา อะไรที่ขัดแย้งหรือเห็นต่างเราก็นำมาร่วมกันแก้ไข ระบายในเวทีปฏิรูปได้หรือไม่ ขออย่างเดียวคือกลไกดังกล่าวต้องทำเพื่อส่วนรวมจริงๆ"
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด ตัวแทนมูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า การเมืองคือการจัดสรรทรัพยากร และฝ่ายการเมืองมีอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรเป็นส่วนใหญ่ และคุยกับนักการเมือง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทย รวมทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้เห็นว่าช่องทางของประชาชนเข้าถึงเรื่องการปฏิรูปนั้นทำได้น้อย
"เราเคยปฏิรูปรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2540 ที่เป็นการขับเคลื่อนที่มีพลัง มีกลุ่มนักวิชาการ เอ็นจีโอ มาหารือ โดยที่ไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้มีพลังขับเคลื่อนสังคม แต่เราจะนำโมเดลนั้นมาทำในช่วงนี้ที่มีความขัดแย้ง ถามว่าจะมีพลังหรือไม่ จึงเสนอว่าถ้าจะทำต้องให้เป็นประชาชนปฎิรูป และเปิดให้คนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเสนอหัวข้อมาและจัดวงประชุมให้เขา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ อย่าเอาคนกลุ่มเดิมมาทำ"





