กกต.ปูดธ.ก.ส.ส่งเอกสารแค่ 1 หน้า ปรึกษาจ่ายเงิน "จำนำข้าว"ก่อนถอนเรื่องกลับไปเอง เผยหลังยุบสภา มีเรื่องเข้ามาให้พิจารณากว่า 80 เรื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังรัฐบาลประกาศพ.ร.ฎ.ยุบสภา กำหนดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งตามที่กฎหมายกำหนดว่า ในประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา181 เมื่อคณะรัฐมนตรีพ้นไปทั้งคณะ การที่ ครม. และส่วนราชการอื่นๆ จะกระทำการใดๆ ต้องมาให้กกต. ให้ความเห็นชอบก่อนนั้น จนถึงวันนี้ (16 ม.ค.) มีเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานราชการ ขอหารือมายังกกต. กว่า 70-80 เรื่อง อาทิ เรื่องโครงการจำนำข้าวจากรัฐบาลเข้ามายัง กกต. ซึ่งมีทั้งหมด 4 เรื่อง ได้แก่ 1.การขออนุมัติใช้งบกลางวงเงิน 5.9 พันล้านบาท เพื่อชดเชยส่วนต่างราคาข้างในโครงการธงฟ้าหรือช่วยเหลืออุทกภัย ซึ่งกกต.ก็อนุมัติไปแล้ว
2.ธกส. ขอเปลี่ยนแปลงเอาเงินทุนหมุนเวียนภายในของธกส.ไปใช้ชำระหนี้แก่ชาวนา ซึ่งส่งมาเป็นเอกสารเพียงหน้าเดียว กกต.จึงขอให้ผู้จัดการธกส.และนักวิชาการ คือ นายนิพนธ์ พัวพงศธร มาชี้แจงในสัปดาห์นี้ แต่เรื่องนี้ธกส.ได้ทำหนังสือขอถอนเรื่องกลับไปเอง
3.กระทรวงพาณิชย์ขอหารือว่าจะไปเจรจาขายข้าวแบบจีทูจีได้หรือไม่ โดย กกต. ตอบไปว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 เพราะอาจเป็นสัญญาผูกพันกับรัฐบาลหน้าและอาจมีผลต่อคะแนนเสียงในระหว่างเลือกตั้ง 4.การเสนอรายละเอียดการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะของกระทรวงการคลัง ซึ่งกกต.ได้ประสาน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯมาชี้แจงว่าวงเงินกู้ 1.3 แสนล้านบาทนี้ หากกู้แล้วจะมีผลผูกพันกับรัฐบาลชุดต่อไปหรือไม่ โดยได้ทำหนังสือเชิญมาชี้แจงในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอของครม. เกี่ยวกับร่างประกาศกระทรวงการคลังลดอัตราภาษีสรรพสามิต ฉบับที่... พ.ศ.... ว่าด้วยเรื่องน้ำมันดีเซลที่จะหมดอายุลงในวันที่ 31 ธ.ค.2556 หากมีการปรับเพิ่มจะทำให้ประชาชนมีภาระเพิ่ม ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาและแบ่งเบาภาระของประชาชน กกต.จึงเห็นว่า ข้อเสนอของกระทรวงการคลังเป็นนโยบายต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 ที่ต้องขออนุมัติทุก 1 เดือน และหากไม่ดำเนินการต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดีเซลจะเพิ่มขึ้นกว่า 10 บาท ประกอบกับน้ำมันดีเซลเป็นปัจจัยที่สำคัญของการผลิตทุกภาค หากไม่ดำเนินการ รัฐบาลต้องเพิ่มเงินเกือบหมื่นล้านบาท อีกทั้งนโยบายที่ไม่ได้ทำเพื่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ทำเพื่อประชาชน กกต. จึงเห็นชอบให้คงอัตราภาษีไว้ก่อนระหว่างวันที่1-31ม.ค.2557 และในเดือนถัดไปยังอยู่ในช่วงการเลือกตั้ง ครม.ก็จะต้องทำส่งเรื่องดกล่าวมาให้ กกต. อีกครั้ง จนกว่าจะสิ้นสุดการเลือกตั้ง
พร้อมกันนี้ ยังมีหารือของกระทรวงพาณิชย์ การบริหารจัดการสินค้าการเกษตร เช่น ข้าว มันสำปะหลัง การจำหน่ายระบายสินค้าการเกษตรที่อยู่ในสต๊อก และการเดินทางไปราชการในต่างประเทศของ รมว.และรมช.พาณิชย์ เกี่ยวกับสินค้าการเกษตร การเจรจาซื้อขายสินค้าการเกษตร กกต. เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าว เป็นการดำเนินการโครงการที่ต่อเนื่อง หากเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย ก็ดำเนินการได้ แต่กรณีที่รมว. และรมช. จะเดินทางไปต่างประเทศ ขอให้ระมัดระวังว่าจะมีผลผูกพันกับรัฐบาลชุดต่อไปหรือไม่ ซึ่งอาจจะมีการร้องเรียนและนำมาโจมตีในภายหลังได้
ขณะเดียวกัน กกต. ยังได้หารือเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของรมว.วิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี ที่จะไปเปิดงาน เปิดนิทรรศการต่างๆ กกต. มีความเห็นว่า การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ แต่จะต้องระวังระมัดที่จะส่อไปในทางการหาเสียงและจูงใจ และข้อหารือในส่วนของกทม. เกี่ยวกับโครงการฝึกอบรมศึกษาดูงานทั้งภายในและต่างประเทศ ของข้าราชการ กทม. ส.ก. ส.ข. และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องนั้น โดยกกต.พิจารณาแล้ว เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเกรงว่าจะเป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัครได้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงของพระราชกฤษฎีกา กกต. จึงขอให้งดเว้นโครงการดังกล่าวไปก่อน เพื่อถือเป็นแนวทางปฏิบัติกับทุกฝ่ายด้วย
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า ในการประชุมกกต.เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมาได้มีพิจารณากรณีกองบัญชาการตำรวจตะเวนชายแดนขอหารือการใช้งบกลางเพื่อจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ชุดใหม่วงเงิน 900 ล้านบาทว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งกกต.ก็ไม่ขัดข้องอะไร เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพื้นที่ภาคใต้ แต่กกต.ได้สอบถามกลับไปว่าเรื่องดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบของครม.แล้วหรือยัง ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่าครม.ยังไม่อนุมัติ และตามหลักการรัฐธรรมนูญ มาตรา181 ข้อหารือต่างๆ ต้องผ่านครม.จึงจะมาขอให้กกต.พิจารณา กกต.จึงได้ส่งเรื่องกลับไปยังหน่วยงานให้ไปดำเนินการตามขั้นตอนก่อน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเรื่องของหน่วยราชการที่เข้ามาขอหารือกกต. 70-80 เรื่อง เช่นแต่งตั้งโยกย้าย บางกรณีกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องขออนุมัติกกต. ก็ยังมีการเสนอเข้ามา ซึ่งการพิจารณากกต.ก็จะดูว่าเรื่องใดมีความสำคัญก็จะพิจารณาก่อน เช่น กรอบเงินกู้เดินหน้าโครงการรับจำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาท กกต.ก็มีมติให้เชิญนายกิตติรัตน์มาชี้แจง ไม่วันจันทร์ก็อังคารในสัปดาห์หน้าต่อที่ประชุมกกต. โดยคาดว่าจะเป็นการประชุมในกรุงเทพมหานคร





