วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สื่อต่างชาติเกาะติด'แบงค็อก ชัตดาวน์'

สื่อต่างชาติเกาะติด"แบงค็อก ชัตดาวน์" ด้านนักวิเคราะห์ชี้ผู้ชุมนุมมาไกลเกินจะหันหลังกลับ ไทยขาดคนกลางที่น่าเชื่อถือสร้างความปรองดอง

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานถึงสถานการณ์การชุมนุมในไทยว่า วานนี้(13 ม.ค.) กลุ่มมวลชนที่ต่อต้านรัฐบาลได้เข้ายึดถนนสายสำคัญหลายสายใจกลางกรุงเทพฯ ในความพยายามที่จะปิดกรุงเทพฯอันเป็นการยกระดับการขับไล่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เอเอฟพีระบุว่า กลุ่มมวลชนต้องการให้นางสาวยิ่งลักษณ์ลาออก เพื่อเปิดทางไปสู่การแต่งตั้งรัฐบาลที่เป็นกลางซึ่งจะดูแลการปฏิรูป เพื่อกำจัดอิทธิพลทางการเมืองของครอบครัวที่มีฐานะระดับมหาเศรษฐีของเธอ และขัดขวางวัฒนธรรมที่กลุ่มทุนหรือนักธุรกิจเข้ามาสวมบทนักการเมืองบริหารประเทศ

ผู้ชุมนุมหลายพันคนได้โบกธง บางคนสวมเสื้อยืดมีคำขวัญว่า "แบงค็อก ชัทดาวน์ " และ "ไทย อัพไรซิง 2014 " โดยรวมตัวกันที่สี่แยกใหญ่ๆของเมืองหลวง รวมทั้งย่านช็อปปิงที่เคยถูกเผาในระหว่างเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองปี 2553 โดยกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะยึดพื้นที่่สำคัญในเมืองหลวงจนกว่าจะได้รับชัยชนะ และจะรบกวนการเลือกตั้งที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.นี้ ซึ่งพวกเขาเห็นว่าจะทำให้พรรคพวกของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับคืนสู่อำนาจโดยไม่มีการปฏิรูป

ผู้ชุมนุมระบุว่าต้องการกำจัดระบอบทักษิณ และไม่ยอมรับข้อกล่าวหาที่ว่า พยายามยั่วยุให้ทหารออกมาปฏิวัติอีกครั้ง โดยยืนยันว่านี่คือการปฏิวัติของประชาชน ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่มกปปส. แกนนำในการชุมนุมระบุว่าในสายตาของผู้ชุมนุม นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีอีกต่อไป

เอเอฟพี สรุปว่าเหตุจลาจลที่เลวร้ายที่สุดคือเมื่อปี 2553 จากการที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 90 คน ในการปะทะกันระหว่างทหารกับฝ่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ครั้งนี้กองทัพระบุว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุมและยืนยันว่าอยู่ฝ่ายประชาชน

ขณะที่สื่อต่างชาติยักษ์ใหญ่ของโลกรวมถึงสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ และสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นในสหรัฐ ต่างให้ความสำคัญ เกาะติดรายงานการปิดกรุงเทพฯอย่างต่อเนื่อง

ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศปิดกรุงเทพฯเพื่อกดดันให้นางสาวยิ่งลักษณ์ลาออกจากตำแหน่ง แม้จะต้องปิดกรุงเทพฯนานนับเดือนก็ตาม พร้อมเริ่มปิดจุดสำคัญ 7 แห่ง และเตรียมปิดล้อมบ้านพักของนายกรัฐมนตรีพร้อมตัดน้ำตัดไฟที่ทำการของรัฐบาลทุกแห่ง

ส่วนการรายงานของสำนักข่าวอื่นๆ ระบุว่า การปิดกรุงเทพฯของกลุ่มผู้ชุมนุมส่งผลกระทบต่อการจราจรของกรุงเทพฯซึ่งติดขัดอย่างหนักอยู่แล้วให้รุนแรงยิ่งขึ้น ท่ามกลางความหวั่นวิตกของประชาชนไทยว่าความโกลาหลที่เกิดขึ้นอาจทำให้กองทัพไม่อาจนิ่งเฉย และอาจนำกำลังเข้ายึดอำนาจรัฐบาลก็เป็นได้

สำนักข่าวซีซีทีวีของจีน รายงานว่า การปิดกรุงเทพฯครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยจำนวนมหาศาลในช่วงเทศกาลตรุษจีนในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ โดยปีก่อนนักท่องเที่ยวจีนได้นำเงินมาใช้จ่ายในไทยถึง 4,200 ล้านบาทในระยะเวลาเพียง 7 วันของเทศกาลตรุษจีน แต่ปีนี้ยอดจองห้องพักโรงแรมกลับลดลงจากเดิมกว่า 25%

ขณะที่สำนักข่าวดีพีเอ รายงานว่า สี่แยกสำคัญๆของกรุงเทพฯถูกปิดหลังกลุ่มชุมนุมเริ่มต้นการปิดกรุงเทพฯ โดยตั้งเป้าให้สี่แยกสำคัญทั้ง 7แห่งกลายเป็นสถานที่ปักหลักชุมนุมถาวร และกปปส.ประกาศว่าการปิดกรุงเทพฯจะยุติต่อเมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีลาออก

ดีพีเอ ระบุด้วยว่าการปิดสี่แยกสำคัญจะส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งมวลชน และการจราจรบนถนนสายหลักทั่วกรุงเทพฯ โดยเช้าวานนี้ปริมาณจราจรเบาบางอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งมีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสน้อยกว่าปกติ โดยคนส่วนใหญ่เลือกอยู่บ้านในช่วงนี้

นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อดีตนักการทูต และอาจารย์ประจำศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ให้ความเห็นว่า เหตุชุมนุมประท้วงกลายเป็นเรื่องที่ปะทุได้ง่ายอย่างยิ่งผู้ชุมนุมมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับแล้ว

ด้านนายไมเคิล มอสเทสซาโน นักวิจัยสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสิงคโปร์ ระบุว่า เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ที่จะเชื่อว่าการชุมนุมปิดกรุงเทพฯจะมีแรงกดดันมากพอที่จะบีบให้นางสาวยิ่งลักษณ์ลาออก เว้นแต่จะมีการแทรกแซงจากบางฝ่าย และดูเหมือนว่าการชุมนุมมีเป้าหมายชัดเจนเพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดวิกฤติ

นายไมเคิล คอนเนอร์ส ผู้ช่วยศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม มาเลเซีย เห็นว่า ไทยขาดคนกลางที่น่าเชื่อถือซึ่งจะทำให้เกิดความปรองดองและข้อตกลงที่สร้างความเป็นธรรมให้สองขั้วการเมืองได้ และเมื่อไม่มีคนกลางก็อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดความรุนแรงและความวุ่นวายต่อไป เพราะแต่ละฝ่ายมุ่งบดขยี้อีกฝ่ายหนึ่ง

ด้านสถานทูตสหรัฐแจ้งผ่านเฟซบุ๊คระบุว่า สถานทูตสหรัฐในกรุงเทพฯ และสถานกงสุลสหรัฐในจังหวัดเชียงใหม่ ยังเปิดให้บริการด้านกงสุลตามปกติวานนี้ หลังก่อนหน้านี้ไม่กี่วันหลายประเทศทยอยประกาศเตือนให้พลเมืองของตนหลีกเลี่ยงมาไทยหรือกรุงเทพฯในช่วงชัตดาวน์ และขอให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม