ศอ.รส.แถลงจับการ์ด"กำนันสุเทพ" พกใบกระท่อม และคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในพรรคประชาธิปัตย์
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) บอกภายหลังการประชุมเพื่อหารือและสรุปเหตุการ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมารวมถึงการประเมินสถานะการณ์จราจรตามจุดต่างๆว่า ภายหลังจากการตั้งจุดตรวจทั่วกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเวทีกปปส. ทั้ง 7 จุด ซึ่งใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารร่วมกัน มีผลการจับกุมผู้กระทำความผิดหลายคดี ดังนี้ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2557 เวลา 22.15 น. หน้ากระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา มีการจับตัวนายพันธุ์ทิพ บุญคง อายุ 32 ปี มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดตรัง นำใบกระท่อมติดตัวมาจำนวน 10 ใบ และนายธวัฒน์ เสียงอุ่น อายุ 50 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต มีใบกระท่อม 95 ใบ ว่าจะนำไปต้มและนำไปให้พรรคพวกเพื่อเสพ และเข้าร่วมชุมนุมโดยให้การรับสารภาพว่าจะนำมาเสพและเข้าร่วมชุมนุมในวันนี้ (13 ม.ค.)
ทั้งนี้ จุดตรวจถนนรามคำแหง 76 ในเวลาใกล้เที่ยงคืน มีการจับกุมตัวนายประสงค์ เกดเพชร อายุ 50 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี มีใบกระท่อมจำนวน 183 ใบ ให้การรับสารภาพว่าจะนำไปเสพและร่วมชุมนุม และเมื่อเวลา 00.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจวังทองหลางได้เข้าไปตรวจค้นที่ห้องพักเลขที่ 1027 ตึกอาร์เอส แมนชั่น ซอยรามคำแหง 53 ตรวจพบบุคคลจำนวน 8 คน คือ นายวิชัย หม้องพร้า อายุ 24 ปี นายพงศกร ล้ำเหลือหลาย อายุ 22 ปี นายฮาริส หนูชูสุข อายุ 24 ปี นายฮานีฟ หนูชูสุข อายุ 24 ปี นายอาหมีน ยังนิ่ง อายุ 25 ปี นายอะห์นัฟ ตาหมาด อายุ 19 ปี นายบรรพต แดงชู อายุ 31 ปี นายบุญเลิศ เจริญวาที อายุ 29 ปี โดยเฉพาะนายบรรพต แดงชู มีหมายจับที่ศาลจังหวัดตรัง ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ทั้งหมดเป็นการ์ดของกลุ่ม กปปส. พบกัญชาแห้ง น้ำมันพืช ใบกระท่อม ยาแก้ไอ น้ำอัดลม หม้อต้น กระติกน้ำดื่ม ให้การรับสารภาพ
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า กรณีเกิดเหตุการ์ดกปปส. ทะเลาะกับวัยรุ่นเกิดปืนลั่นได้รับบาดเจ็บ บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 14 ผู้บาดเจ็บอาการปลอดภัยแล้ว และในเวลา 02.15น. ได้เกิดเหตุการณ์มีคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิงเข้าไปในพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเหตุให้กระจกร้านกาแฟหน้าพรรคประชาธิปัตย์แตกเสียหาย โดยคนร้ายขับรถเก๋งวีออสสีบรอนซ์เงิน หลบหนีไปทางถนนพระราม6 เลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนไป อย่างไรก็ตามคาดว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อไปอีก 4-5 วัน เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมเดินทางมาจากต่างจังหวัด และมี 3 จุดที่น่าเป็นห่วงว่าจะเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับผู้ใช้ถนน คือ แจ้งวัฒนะ บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ห้าแยกลาดพร้าว และ อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ด้านพล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส บอกถึงสภาพการจราจรทั้ง 7 แยก จุดที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิสามารถใช้เส้นทางได้ครึ่งหนึ่ง โดยสามารถผ่านอนุเสารีย์ชัยสมรภูมิไปทางถนนดินแดงยังใช้การได้อยู่ ถนนพญาไทมีประชาชนเดินทางมาชุมนุมจำนวนหนึ่ง ถนนแจ้งวัฒนะปิดถนนตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลมงกุฏ บริเวณบิ๊กซีจนถึงจุดกลับรถหน้าไปรษณีย์ไทย แยกปทุมวันการจราจรตั้งแต่ถนนพญาไทสะพานหัวช้างจนถึงซอยจุฬา 12 ปิด ถนนพระราม1 ตั้งแต่แยกเจริญผลถึงแยกเฉลิมเผ่า ใช้เส้นทางเลี่ยงถนนพระราม1 ขาออกลงจากสะพานกษัตริย์ศึกให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม6 ซึ่งสามารถอ้อมเข้าแยกพระราม4 ได้ ส่วนถนนพญาไท ขาเข้าให้เลี้ยวซ้ายแยกราชเทวี เข้าถนนเพชรบุรีมุ่งหน้าเข้าแยกนานาจะสามารถเข้าถนนสุขุมวิทได้
ส่วนถนนพญาไท ขาออกให้เลี้ยวซ้ายเข้าแยกจุฬา 12 เข้าแยกบรรทัดทองและสามารถเข้าถนนเพชรบุรี และ พระราม4 ได้เช่นกัน ห้าแยกลาดพร้าวขณะนี้มีการปิดการจราจรถนนพหลโยธินไม่กระทบถนนวิภาวดีรังสิตด้านล่าง ถนนพหลโยธินขาออกยังวิ่งได้ 1 ช่องทาง สามารถเข้าทางถนนพหลโยธิน 18 ได้ส่วนถนนพหลโยธินขาเข้าปิดการจราจร แยกราชประสงค์ ปิดการจราจรถนนเพลินจิต ตั้งแต่แยกชิดลมถึงแยกราชประสงค์ ปิดไปจนถึงแยกปทุมวัน และ ถนนราชดำริปิดตั้งแต่แยกราชประสงค์จนถึงแยกประตูน้ำ เส้นทางเลี่ยงให้ใช้เส้นทางทางถนนราชดำริให้เข้าถนนสารสินเข้าถนนวิทยุและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรี และ ถนนพระราม4 ได้ ส่วนเพลินจิตสามารถใข้ถนนเส้นวิทยุและถนนเพชรบุรีได้ แยกอโศกปิดทั้งเส้น แยกศาลาแดงปิดบริเวณถนนพระราม 4 ตรงถนนวิทยุจนถึงแยกถนนอังรีดูนัง นอกนั้นสามารถใช้เส้นทางบริเวณโดยรอบได้ ดังกล่าว





