5เครือข่ายปฏิรูปประเทศไทยรวมพลังประชาคมสาธารณสุข เคลื่อนขบวนร่วมมวลมหาประชาชน ขับไล่รัฐบาลรักษาการ 13 ม.ค.
๕ เครือข่ายร่วมปฏิรูปประเทศไทย" ประกอบด้วย ๑. เครือข่ายคนรักประเทศไทย ๒. เครือข่ายคนรักสุขภาพ ๓. เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ๔. เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติ และ ๕. เครือข่ายคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง ซึ่งมีสมาชิกจากหลากหลายสาขาวิชาชีพทั่วประเทศ พร้อมเครือข่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับพลังประชาคมสาธารณสุขบางส่วน นัดรวมตัวกันเพื่อเคลื่อนขบวนครั้งใหญ่ ในวันจันทร์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๗ เพื่อไปร่วมสมทบกับ มวลมหาประชาชน ที่ห้าแยกลาดพร้าว โดยนัดพร้อมกันตั้งแต่เวลา ๘.๐๐ น. ที่หน้าอาคารสุขภาพแห่งชาติ (National Health Building) ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี
นำโดย นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นางศิรินา ปวโรราฬวิทยา เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติจากภาคเอกชน, นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุขและอดีต รมว.สาธารณสุข, นางรัตนา สมบูรณ์วิทย์ เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติภาคประชาชน, นพ.เทียม อังสาชน อดีตผู้อำนวยการ รพศ.สระบุรี,ดร.วณี ปิ่นประทีป และนางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย นายบรรพต กาญกมล เครือข่ายคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง และ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ/เครือข่ายคนรักประเทศไทย เป็นต้น ร่วมกับพลังพลเมืองจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ วิชาชีพ ประชาชนและเอกชน จากทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก
โดยจะมีการทำกิจกรรมสำคัญและอ่านแถลงการณ์ ที่บริเวณหน้ากระทรวงสาธารณสุข แสดงจุดยืน ๔ ประการของเครือข่ายฯ เพื่อเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ในการหาทางออกประเทศไทยด้วยการ "ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง" และพร้อมสักการะพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อนออกเดินเท้าไปตามถนนงามวงศ์วาน ผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลี้ยวขวาเข้าถนนพหลโยธิน มุ่งจุดหมายสมทบขบวนมวลมหาประชาชนที่ห้าแยกลาดพร้าว
ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะมีการตัดน้ำตัดไฟในกระทรวงสาธารณสุขด้วยนั้น ไม่เป็นความจริงแต่ประการใด โดย นพ.อำพลฯ หนึ่งในแกนนำเครือข่ายกล่าวว่า
"เครือข่ายใช้วิธีต่อสู้เพื่อบ้านเมืองด้วยสันติวิธีมาโดยตลอด และจะใช้สันติวิธีและอหิงสาต่อไป ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่สร้างผลเสียหายต่อการบริการประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ข่าวที่ถูกปล่อยออกมาน่าจะเป็นการต่อเติมจากผู้ไม่หวังดีป้ายสีให้เกิดทัศนคติในเชิงลบต่อเครือข่ายฯ ดังนั้น จึงขอให้สังคมและสื่อมวลชนได้รับทราบความจริง และขอเชิญพลังพลเมืองที่สนใจร่วมเคลื่อนไหวครั้งนี้เข้าร่วมขบวนกันต่อไป"





