วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทบ.ซัด'โรเบิร์ต'แสดงความคิดเห็นไม่สร้างสรรค์

ทบ.ซัด"โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม"เขียนแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ"ชีวิตภายใต้ รัฐประหาร-การคุกคามประชาธิปไตยของกองทัพไทย"ไม่สร้างสรรค์

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวต่างชาติของคนเสื้อแดงเขียนแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “ชีวิตภายใต้ รัฐประหาร-การคุกคามประชาธิปไตยของกองทัพไทย” เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ว่า ปกติกองทัพยินดีรับฟังคำวิจารณ์ของทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาโดยตลอด แต่เนื้อหาที่นายโรเบิร์ตได้เขียนแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ไม่สร้างสรรค์ ทำลายบรรยากาศแห่งความรักความสามัคคีขัดต่อแนวทางของประเทศในภาพรวม เป็นเพียงความเห็นตามมุมมองส่วนตัวที่มีทัศนคติเชิงลบต่อกองทัพเป็นทุนเดิม กองทัพบกมองว่าไม่ใช่เป็นคำวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต แต่เป็นคำกล่าวร้ายกล่าวหาที่ปราศจากข้อเท็จจริง มีอคติมุมมองที่คับแคบเกินไป และมีนัยยะแอบแฝง มุ่งทำลายความเชื่อมั่น ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกองทัพ อาจเพียงเพื่อเอาใจและตอบสนองคนเฉพาะกลุ่มที่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อทหาร

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า คนไทยทุกคนตระหนักดีว่าระบอบประชาธิปไตยจะพัฒนาได้ต้องเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ฝ่ายการเมือง ส่วนราชการ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีพัฒนาการในเรื่องนี้มาโดยตลอด สำหรับกองทัพได้มีบทบาทและจุดยืนในการที่จะสนับสนุนให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้ามาเป็นลำดับ หากกองทัพไม่มีผู้บังคับบัญชาที่มีภาวะผู้นำ และมีกำลังพลที่มีคุณภาพ คงไม่สามารถเป็นสถาบันที่สนับสนุนให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าถึงทุกวันนี้ ในปัจจุบันกองทัพก็ยังคงดำรงบทบาทตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ สนับสนุนทุกภาคส่วนในการสร้างความสงบเรียบร้อย ดูแลประชาชน และให้การสนับสนุนการบริหารบ้านเมืองของทุกรัฐบาล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยเป็นธรรม ตรงไปตรงมาการ การที่จะปฏิบัติอะไรมีการพิจารณาอย่างรอบด้านทุกมิติ ปัจจุบันความรู้สึกของสังคมเป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหว ซึ่งกองทัพให้ความระมัดระวังมาตลอด อย่าปรักปรำมองว่ากองทัพได้วางเฉยหรือไม่ช่วยปกป้องรัฐบาล อาจสืบเนื่องจากเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากเหตุที่มีกระแสข่าวว่ากองทัพไม่สนับสนุนให้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือใช้กำลัง ทหารเข้าดูแลผู้ชุมนุมเหมือนเมื่อเหตุการณ์ในอดีตปี 53 ที่มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และมีทหารเป็นผู้ปฎิบัติหลัก

"เหตุการณ์ในอดีตมีลักษณะโดยรวมต่างจากปัจจุบัน เหตุการณ์ในอดีตจะมีข้อมูลการใช้ความรุนแรงที่เกิดจากบุคคลหรือกลุ่มคนที่ไม่หวังดีได้ใช้อาวุธสงคราม และระเบิดกระทำต่อบุคคล สถานที่ราชการ และระบบสาธารณูปโภค อย่างกว้างขวางในหลายจุดหลายพื้นที่จำนวนหลายเหตุการณ์ด้วยกัน ก่อนนำไปสู่การพิจารณาขอยกระดับการใช้กฎหมายเริ่มจาก พ.ร.บ.ความมั่นคง และตามด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามจำนวนครั้งความถี่ที่ปรากฏเหตุและตามระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่สำหรับสถานการณ์ในครั้งนี้ต่างเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบันมีปรากฏอยู่บ้างซึ่งผู้รับผิดชอบโดยตรงคือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการสืบหาผู้กระทำผิดมาเข้ากระบวนการ เพื่อให้สังคมกระจ่างชัดหายข้อข้องใจจะได้ไม่ป้ายสีกันไปมา หรือไปคาดเดากันเองจนเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องระดับการใช้กฎหมายจึงเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ความสำคัญในการพิจารณาร่วมกันด้วยความระมัดระวัง เพราะถ้าใช้ระดับของกฎหมายสูงเกินจำเป็นหรือไม่สอดคล้องต่อสภาพที่เหมาะสมต่อความเป็นไปของสถานการณ์อาจส่งผลลัพธ์กลับมาในทางตรงข้าม เป็นผลลบต่อภาพรวมของการแก้ปัญหาได้ ด้วยความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ภายใต้หลักความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ได้พยายามให้ความคิดเห็นในมุมมองของกองทัพเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ไม่ใช่การข่มขู่ใครอย่างที่นำเสนอ เจตนาเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องส่วนต่างๆ ได้มีไว้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเรื่องที่ละเอียดอ่อนด้วยความระมัดระวัง สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าความคิดเห็นดังกล่าวเป็นประโยชน์หรือไม่"พ.อ.วินธัย กล่าว

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่ปี 53 สังคมไทยรู้จักนายโรเบิร์ตดีว่ามีพื้นฐานอย่างไร มีบทบาทสนับสนุน และมีการเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองอย่างไร ในบางโอกาสยังสร้างความสับสนให้กับสังคมไทยอีกด้วย ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ข้อเขียนดังกล่าวนอกจากจะไม่ได้ส่งผลดีต่อสถานการณ์ของประเทศแล้วยังสร้างความสับสนเพื่อปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังกันไม่เหมาะต่อสถานการณ์ และจากพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นเหตุเป็นผลอันสมควรที่กองทัพบกจะปฏิเสธตัวตนนายโรเบิร์ต และน่าจะให้เป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาของกองทัพ