นายกฯหวังคนกลางตกผลึกสภาปฏิรูปโดยเร็ว รับห่วงมือที่สามทำให้เกิดความรุนแรง
เมื่อเวลา 10.30น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนสถานที่ตั้งของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปอยู่ที่อื่นว่า จะยังใช้ที่เดิมเพราะเจ้าหน้าที่ก็ยังอยู่ ในวันที่ 13มกราคม เราก็พยายามทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะว่าเราก็เป็นห่วงผลกระทบกับประชาชนโดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ จะพยายามให้ตำรวจดูแลประชาชนด้วยความอดทน ด้วยความอดกลั้น และจะเตรียมการให้ความช่วยเหลือต่างๆ รวมถึงจะพยายามเลี่ยงไห้เกิดการปะทะกัน ตนไม่อยากให้การชุมนุมในวันที่ 13ม.ค.มีความรุนแรง ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน โดยการดูแลขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลโดยยึดหลักสากล ทุกอย่างจะผ่านพ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าห่วงเรื่องปัญหามือที่สามหรือไม่ นายกฯ กล่าวยอมรับว่าห่วงเรื่องดังกล่าวกล่าวว่า ซึ่งต้องขอความร่วมมือทางด้านกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย เพราะถ้าปฏิบัติได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีต่อภาพรวม เพราะถ้าเราชุมนุมโดยปราศจากอาวุธและความรุนแรงก็ถือเป็นการแสดงออก และเชื่อว่าทุกคนก็จะคลายความกังวลลงได้ ไม่อยากให้มีเหตุการณ์ความรุนแรงหรือสิ่งที่กระทบกระทั่งกันเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าห่วงหรือไม่ว่าแรงยั่วยุตอนนี้เพราะอยากให้ทหารออกมาปฏิวัติ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องเรียนเหตุผลที่จะออกมาปฏิวัติคืออะไร เพราะว่าจริงๆแล้วทุกคนก็รู้และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ก็ต้องช่วยกันในการประคับประคองสถานการณ์ต่างๆไม่ให้รุนแรง และประคับประคองในด้านที่เราจะทำอย่างไรให้เราหันหน้าเข้าหากัน รัฐบาลก็พยายามทุกอย่างและยินดีที่จะให้มีการพูดคุยกัน โดยเฉพาะการเปิดเวทีสภาปฏิรูปที่เป็นเวทีของคนกลาง จึงอยากขอร้องว่าในส่วนของเวทีกลางภาควิชาการ ภาคเอกชนหรือภาคประชาชนที่จะเริ่มในการเปิดเวทีกลาง เพื่อเป็นเวทีในการเชื่อมโยงความต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส. และกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ ให้ตกผลึกในรูปแบบของสภาปฏิรูปโดยเร็วที่สุด ถ้าเราได้รูปแบบดังกล่าวรัฐบาลก็ยินดีสนับสนุนในสิ่งที่รัฐบาลให้ความร่วมมือได้ แต่ถ้าเราคุยในสิ่งที่เราต่างคนต่างเห็นขัดแย้งเห็นต่าง เรื่องการที่จะเกิดสภาปฏิรูปก็เป็นไปได้ยาก ตนจึงอยากขอร้องขอเชิญชวนทุกคนหันหน้ามาคุยกันว่าทางออกของประเทศสู่การปฏิรูปนั้นจะเป็นอย่างไร เพราะถือว่าเรื่องนี้ถือว่าเป็นทางออกที่ดีกว่า ที่ต่างคนต่างพูดแล้วไม่คุยกัน
"รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนตอลดเวลา แต่ถ้าเวทีที่รัฐบาลเปิดเองก็อาจจะถูกมองว่ารัฐบาลเข้ามาชี้นำ จึงขอร้องว่าใครก็ได้เปิดเวทีกลาง รัฐบาลก็พร้อมให้ความร่วมมือ"น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเกิดความรุนแรงขึ้นนายกฯหรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ใครที่จะต้องรับผิดชอบ นายกฯ กล่าวว่า "องเรียกว่าเราต้องร่วมกันที่จะประคับประคองสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง เราก็จะทำสุดความสามารถ แต่ต้องดูในรายละเอียดว่าความรุนแรงเป็นการกระทำจากขั้นตอนว่าเราเป็นฝ่ายรุกหรือไม่ ซึ่งบางครั้งความรุนแรงอาจจะเกิดขึ้นจากมือที่สาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเป็นห่วง"
เมื่อถามว่านายกฯถอยจนสุดทุกก้าวแล้วหรือไม่ "วันนี้ไม่ใช่คำตอบที่จะมาถามที่ดิฉัน เราต้องคุยกันว่าเราจะร่วมกันแก้ปัญหาอย่างไร และดิฉันพร้อมที่จะเป็นกลไกหนึ่งที่พร้อมให้ร่วมมือกับทุกฝ่าย วันนี้เห็นแก่ประเทศเถอะค่ะ วันนี้ประเทศไทยถ้าเรามีความกังวลหรือมีปัญหาต่างๆเกิดขึ้นในประเทศ ดิฉันก็เป็นห่วงว่าเศรษฐกิจต่างๆ นักลงทุน ความเชื่อมั่นต่างๆจะอยู่ตรงไหน ทั้งนี้การที่เราจะก้าวเข้าไปสู่การปฏิรูปนั้นเราไม่สามารถแก้ได้ในวันเดียว เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องที่ช่วยแก้ปัญหา เราน่าจะไปสู่กลไกที่เป็นจริงได้เถอะค่ะ"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
เมื่อถามว่านายกฯจะอยู่บัญชาการสถานการณ์ในวันที่ 13ม.ค.หรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ตอบคำถามและได้ขึ้นรถตู้มายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นเวลา 11.00น. นายกฯ ได้ประชุมหารือเกี่ยวกับผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่สตช. โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสมศักดิ์ ภูริสีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยว ตัวแทนจากสมาคมโรงแรมไทย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ประธานสภาอุตสาหกรรม ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เลขาธิการสศช.
จากนั้นในช่วงเวลา 13.00น. นายกฯจะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการด้านกฎหมายร่วมกับนายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการสสก. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ )และจากนั้นเวลา 14.00น. นายกฯจะเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการประชาชน





