ป.ป.ช.แจงเหตุไม่แจ้งข้อกล่าวหายกเข่ง! 73 คนที่รอด! ยังเหลือการไต่สวนในส่วนของคดีอาญา
นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการและรองโฆษกป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการไม่แจ้งข้อกล่าวหาสมาชิกรัฐสภาจำนวน 65 คน ที่ลงมติเฉพาะวาระ 3 ซึ่งรวมถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมด้วย ว่า สำหรับ 65 คน ที่ไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่ได้ร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาส.ว. เพียงแต่ลงมติวาระ 3 เท่านั้น ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. เห็นว่า ไม่ปรากฎพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดชัดเจนเพียงพอ และเป็นเอกสิทธิของสมาชิกรัฐสภาในการแสดงความคิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนนตามความในมาตรา 130 ของรัฐธรรมนูญ จึงไม่แจ้งข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหา 308 ส.ส.และส.ว.ในครั้งนี้เป็นในส่วนของคำร้องขอถอดถอน ยังไม่ได้รวมถึงคดีอาญา ดังนั้น สมาชิกรัฐสภาจำนวน 73 คนที่ไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในครั้งนี้ ยังเหลือการไต่สวนในส่วนของคดีอาญาอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากป.ป.ช.ชี้มูลหลังจากที่ส.ส.และส.ว. พ้นตำแหน่งไปแล้ว และกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่ จะทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง และถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีหรือไม่ นายประสาท กล่าวว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องไปดูเรื่องคุณสมบัติของความเป็นส.ส.ของเขาว่าจะขาดหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณากันต่อไปอีก
นายประสาท กล่าวต่อว่า ตามกระบวนการ หากป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดส.ส.และส.ว.ดังกล่าวให้ถูกถอดถอนจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในทันที และส่งเรื่องไปให้วุฒิสภา โดยวุฒิสภาจะต้องลงมติด้วยเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของที่ประชุม ซึ่งหากเห็นพ้องตามมติป.ป.ช.ที่ชี้มูลไป ส.ส.และส.ว.ดังกล่าวจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ถาวรในทันที โดยจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
ผู้สื่อข่าวเมื่อถามว่า มีส.ว. จำนวน 50 คน ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในกรณีนี้ด้วย จะเป็นปัญหาในกระบวนการถอดถอนชั้นวุฒิสภาที่ต้องใช้เสียง 3 ใน 5 ของที่ประชุมหรือไม่ นายประสาท กล่าวว่า ประเด็นนี้ยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ว่าเสียง 3 ใน 5 ของที่ประชุมนั้นจะมาจากไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยาก เมื่อถึงวันนั้นค่อยว่ากันว่าจะใช้ฐานใด จะยึดจากยอดรวมของวุฒิสภาหรือจำนวนที่มีอยู่จริง
เมื่อถามถึงกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยระบุว่าป.ป.ช.เร่งรัดไต่สวนคดีนี้เร็วเกินไป ทั้งที่มีคดีอื่นที่ค้างอยู่มาก นายประสาท กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่ได้รวดเร็วมากนัก และในรัฐธรรมนูญเองระบุไว้ว่าให้ป.ป.ช.ไต่สวนโดยเร็ว ตรงนี้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะอย่างไรป.ป.ช.ก็ถูกตำหนิอยู่แล้ว เพราะในขณะที่บางส่วนบอกว่าเร็ว บางส่วนก็บอกว่าช้า จะบอกว่าเร็วหรือช้าก็แล้วแต่ใครจะวิจารณ์ สำหรับป.ป.ช.แล้วทุกคดีเราทำด้วยความทุ่มเท ให้ความสำคัญทุกเรื่อง รวมทั้งดูปัจจัยแวดล้อมหลายๆ อย่างประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความปรองดอง ความสามัคคี อายุความ หลักรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และข้อกฎหมาย
"ยืนยันว่าป.ป.ช.ไม่มีธง เรายืนอยู่ตรงกลางที่ทำให้ประเทศชาติเดินไปได้เราก็ต้องทำ ถ้าจะเอาแต่กระแสป.ป.ช.คงไม่ต้องมาแบ่งผู้ถูกกล่าวหาออกเป็นกลุ่มๆ แล้วพิจารณากันอย่างละเอียดขนาดนี้" นายประสาท กล่าว


