ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดแก้รธน.มาตรา 190 ฝ่าฝืนรธน.มาตรา 68 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคำร้องที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาและสมาชิกรัฐสภา รวม 381 คน ที่ร่วมกันดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 จำกัดอำนาจรัฐสภาในการให้ความเห็นชอบการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศของฝ่ายบริหาร เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครองและกระทำการให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่
โยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่า การรวบรัดปิดอภิปรายในวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ขัดกับหลักนิติธรรม ส่วนการกำหนดเวลาแปรญัตติที่สั้นเกินไป ขัดต่อข้อบังคับการประชุม ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก เห็นว่า ทั้ง 2 ประเด็นไม่ชอบด้วยกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรค 2 และมาตรา 125 วรรค 1 ส่วนการพิจาณาและการลงมติในวาระสอง เป็นไปโดยไม่ชอบขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา5 มาตรา 8 มาตรา 7 และ มาตรา 122 ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 นั้น ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เป็นการกระทำเข้าข่ายเป็นการกระทำได้มาซึ่งอำนาจการปกครองในวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรค 1 ด้วย
อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญ ได้สั่งให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้อง สามารถมาคัดสำเนาคำร้อง ได้ใน 15 วัน นับแต่อ่านคำวินิจฉัย





