"ภูมิใจไทย"ลุยเปิดแผ่นพับนโยบายพรรค 4 ด้าน "ยกหนี้กยศ. -เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ -ประกันราคาพืชผล -แก้กฎหมายธุรกิจ"
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรค และนายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรค ร่วมกันเปิดตัวแผ่นพับที่จะมอบให้ผู้สมัครส.ส.ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ และระบบแบ่งเขต ของพรรคได้ใช้หาเสียงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้
โดยนายอนุทิน กล่าวว่า สังคมคงไม่ต้องสงสัยแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งหรือไม่ เพราะวันนี้พรรคมีความพร้อมในการแข่งขัน ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 3 สัปดาห์ และได้เปิดตัวแผ่นพับที่จะใช้ในการหาเสียงภายใต้สโลแกน "เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ให้คนไทยทุกคน" ซึ่งในแผ่นพับจะมีจดหมายของหัวหน้าพรรคที่แสดงความในใจ และความตั้งใจของพรรคภูมิไทยในการเสนอตัวเข้าไปรับใช้ประชาชน ผ่านนโยบายหลัก 4 นโยบาย ประกอบด้วย 1.การยกหนี้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งพรรคพร้อมที่จะประกาศยกหนี้ให้เยาวชนได้ออกมาทำงานด้วยความพร้อม ไร้ภาระในวันแรกที่จบการศึกษา แต่จะต้องทำงานโดยแสดงใบประจำตัวผู้เสียภาษีเพื่อที่ในระบบจะได้ตัดหนี้ให้ทันที ส่วนเยาวชนรุ่นต่อไป กองทุนการศึกษาจะเตรียมงบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาทต่อปี เพื่อให้ได้เรียนฟรี ซึ่งยืนยันว่านโยบายดังกล่าวพรรคมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหา พร้อมที่จะยกหนี้ให้เยาวชนตั้งแต่วันแรกของการจบการศึกษา ขณะที่รุ่นต่อไปต้องได้เรียนฟรีเยาวชนต้องได้รับโอกาส แล้วเขาจะสำนึกตอบแทนประเทศชาติ
2.การประกันราคาพืชผลทางการเกษตร 3.การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เดิมจ่ายให้ 600 บาทต่อเดือน ทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์จะพิจารณาจ่ายให้ 3,000 บาทต่อเดือน โดยคิดว่าเงินที่รัฐบาลจัดสรรไปให้ผู้สูงอายุจะกลับมาคืนในรูปแบบของเงินออม ซึ่งใน 1 ปีจะใช้เงินประมาณ 1 แสนกว่าล้านบาทหากเทียบเป็นเงินงบประมาณแล้วเป็นเม็ดเงินไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นตร์ และ 4.การแก้กฎหมายเพื่อให้เกิดความคล่องตัวแก่นักลงทุน และผู้ประกอบการ
"พรรคเชื่อมั่นว่านโยบายทั้ง 4 นโยบาย ได้มุ่งเน้นปัญหาปากท้องของประชาชน ท่ามกลางปัญหาความแตกแยกทางความคิด ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น แต่พรรคยังไม่เห็นว่ามีพรรคการเมืองใดพูดเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชน โดยที่พรรคเชื่อว่าความมั่นคงพื้นฐานของประชาชนเกิดจากการได้รับการดูแลเอาใจใส่ ซึ่งจะช่วยให้ความขัดแย้ง ความแตกแยกลดลงตามธรรมชาติ เนื่องจากไม่มีใครต้องการเผชิญหน้ากันถ้าเขามีทางเลือกในการทำมาหากินให้อยู่ดีกินดี พรรคขอโอกาสทำงานพวกเราอาจจะไม่หล่อ แต่เมื่อถึงเวลาทำงานเชื่อว่า ทุกคนจะทำงานได้ทันที ความล้มเหลวไม่อยู่ในพจนานุกรมของพรรคภูมิใจไทย"นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาคงได้เห็นแล้วว่าการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรกับการจำนำพืชผลทางการเกษตร นโยบายไหนที่ทำร้ายประชาชนมากกว่ากัน การประกันราคาไม่ก่อให้เกิดการเอาเปรียบจากนายทุนต่อผู้ด้อยโอกาสกว่า และหากในอนาคตพรรคที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมืองจะเอานโยบายจำนำพืชผลทางการเกษตรอีก จะเป็นการฆ่าเกษตรกรที่ทารุณที่สุด ดังนั้นพรรคจึงเชื่อมั่นในนโยบายประกันราคาพืชผลทางการเกษตร เพราะพรรคไม่ได้ทำงานให้กับนายทุนที่เอาเปรียบเกษตรกรของประเทศ แต่เป็นพรรคที่ต้องรับความลำบากของเกษตรกรแล้วมาแก้ไขปัญหาให้ นโยบายดังกล่าวนายทุนอาจจะไม่ชอบ พรรคก็ต้องขอโทษนายทุนทั้งหลายด้วยที่พรรคภูมิใจไทยต้องเป็นศัตรูกับนายทุนทีเอาเปรียบเกษตรกร ทั้งนี้หากทำได้ตามนโยบายทั้ง 4 นโยบายที่พรรคเสนอ จะช่วยให้ปัญหาต่างๆในบ้านเมืองเบาบางลงได้ เมื่อสังคมดีขึ้นเศรษฐกิจมั่นคง ภาระส่วนบุคคลไม่มี ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้ามากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งไม่ใช่นโยบายเลื่อนลอยหรือสร้างขึ้นมาเพื่อหาคะแนนนิยม
ด้าน นายศักดิ์สยาม กล่าวเสริมว่า ในส่วนของงบประมาณที่จะนำมาใช้ในนโยบายต่างๆนั้น เราจะหาเงินจากการปรับลดราคากลางงบลงทุนของรัฐบาล โดยหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยเสนอว่าถ้าจะแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นเพียงแค่ปรับลดต้นทุนของงบลงทุน รวมถึงการส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ 4.9 ล้านล้านบาท แต่ปรากฏว่ามีกำไรสุทธิเพียง 2.5 แสนล้านบาทเท่านั้น พรรคเห็นว่ารัฐวิสาหกิจส่งรายได้ให้รัฐบาลเป็นงบประมาณเพียง 1 แสนล้านบาท ดังนั้นจะส่งเพิ่มอีก 5 หมื่นล้านบาทได้หรือไม่ ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือยถ้ามีการจัดระบบการเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพจะได้เงินอีก 8 พันล้านบาท และการปรับลดงบประมาณค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองของรัฐ พรรคจึงมีเงินมาทำตามนโยบายได้ทันที ไม่เกิน 2 เดือนจะเป็นรูปธรรมได้





