เลขาธิการ กกต. เผยมติที่ประชุม ยันยึดกฎหมายเคร่งครัดไม่ขยายวันรับสมัครส.ส.
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.แถลงข่าวมติที่ประชุม กกต.ต่อหน้าตัวแทนพรรคการเมือง 47 พรรค ว่า กกต.ทั้ง 5 คน อาสาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง ส่งเสริมประชาธิปไตย ซึ่งกกต.ทุกคนมีความจริงใจและตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนที่มีคนคาดการณ์ว่ากกต.จะลาออกนั้นเป็นเพียงข่าวลือ กกต.จะยังคงทำหน้าที่ต่อไปเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม ยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่ง โดยจะเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯและจัดการเลือกตั้ง ส่วนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.จะทำอย่างไร ขอชี้แจงว่าขณะนี้กระบวนการรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ใน 69 จังหวัดไม่มีปัญหา โดยกกต.จะจัดให้ลงคะแนนทั้ง 2 ประเภท คือ เลือกตั้งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตเลือกตั้ง ส่วนอีก 28 เขต ใน 8 จังหวัด ที่ยังสมัครไม่ได้ กกต.จะเปิดให้ลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไปก่อน
เลขาธิการกกต. กล่าวว่า สรุปคือในวันที่ 2 ก.พ.จะมีการเลือกตั้ง ส่วนคำถามที่ว่าจะสามารถขยายเวลารับสมัครออกไปได้หรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่าทำไม่ได้ เนื่องจากจะกระทบกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 1.5 แสนคน และผู้ที่ลงทะเบียนประสงค์ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตจังหวัด จำนวน 2.5 ล้านคน อีกทั้งไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายใดกำหนดให้ทำได้ ตามหลักกฎหมายมหาชน สิ่งที่จะทำได้ต้องบัญญัติไว้ในกฎหมายเท่านั้น อะไรที่ไม่ได้บัญญัติไว้จะสันนิษฐานว่าทำได้ไม่ได้ แตกต่างจากกฎหมายเอกชน ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ที่ลงสมัครไม่ได้ประมาณ 123 ราย นำเอกสาร หลักฐาน และใบแจ้งความ ไปยื่นร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ศาลมีคำสั่งพิจารณาสถานภาพให้เป็นผู้สมัครส.ส.
จากนั้นผู้แทนพรรคการเมือง อาทิ นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายวรัญชัย โชคชนะ ผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน ท้วงติงแนวทางเยียวยาผู้ที่สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เนื่องจากเป็นการโยนภาระไปให้ศาลฎีกา และอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้งพร้อมเรียกร้องให้กกต.ย้ายสถานที่รับสมัครในเขตเลือกตั้งที่มีปัญหามาสมัครรวมกันที่สำนักงานกกต.
โดยนายภุชงค์ กล่าวชี้แจงว่า แนวทางที่กกต.เสนอให้กับผู้ที่ไม่สามารถเข้าไปสมัครรับเลือกตั้ง จำนวน 123 คนนั้น เป็นเพียงข้อเสนอแนะ ส่วนจะทำตามหรือไม่ กกต.ไม่บังคับแต่เชื่อว่าศาลจะให้ความยุติธรรมและให้ความเป็นธรรม แต่ทั้งนี้ศาลฎีกาจะมีคำสั่งออกมาเป็นอย่างไรนั้น กกต.คงไม่ไปก้าวล่วง





