วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สปป.โต้'สมชัย'ใครกันแน่ที่ไม่รู้กฎหมาย?

"เอกชัย"โต้แย้ง"สมชัย ศรีสุทธิยากร"ใครกันแน่ที่ไม่รู้กฎหมาย? กรณี กกต.รับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ23-27ธ.ค .56

รายการ ฟันธง "เลือกตั้ง เลื่อน หรือไม่เลื่อน" ช่อง 11วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2556 กกต."สมชัย ศรีสุทธิยากร"ได้ โต้แย้งการแสดงความคิดเห็น"เอกชัย ไชยานุวัติ"ในฐานะโฆษกสปป. โดยได้กล่าวในนาที16.46ว่า "การเปลี่ยนสถานที่มีการพูดคุยกันมีการจัดเตรียมจริง ...การเปลี่ยนสถานที่นั้นจะต้องประกาศในราชกิจจานเบกษาก่อนประมาณ 1 วัน ... การเปลี่ยนสถานที่ไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้เหตุการณ์สงบหรือไม่สงบขึ้นอยู่กับฝ่ายที่คัดค้านว่ามีความมุ่งมั่นแค่ไหนอย่างไรผมอ่านแถลงการณ์ของทางกลุ่มอาจารย์ ผมก็ไม่สบายใจ

เพราะบางเรื่องอาจารย์ ไม่รู้จริง(นาที ที่ 17.17)และก็เขียนไปในแถลงการณ์ เช่นบอกว่าทำไมไม่รับสมัครทาง อินเตอรเนท ทำไมไม่จับฉลากทาง vdo conference ผมถามว่า อาจารย์อ่านกฎหมายหรือเปล่า?

กฎหมายบอกว่ายังไงครับ?

การยื่นใบสมัครนั้นจะต้องยื่นต่อ คณะกรรมการ การเลือกตั้ง ในวัน เวลาและ สถานที่ ที่ประกาศในราชิจจานุเบกษา

ถ้าไปยื่นข้างนอกขนาดไปลงบันทึกเวลาที่โรงพักก็ยังบอกเลยว่าไปแอบรับสมัครกันข้างนอกได้อย่างไร

เพราะฉนั้นการจับสลาก ก็ต้องทำต่อหน้า กรรมการ การเลือกตั้ง เพราะฉนั้นสิ่งต่างๆเหล่านี้ผมคิดว่าบางครั้งสังคมไทย ศึกษาน้อยเกินไป อาจเป็นเรื่องของการที่ว่า คิด จินตนาการว่า กกต ทำได้ทุกอย่างทุกเรื่อง และพยายามบอกว่ากกตมีสิ่งทำได้ดีกว่านั้น กลับไม่ทำ .....

ผมก็เป็นห่วงว่าบางครั้งถ้าเราอยู่ในสภาพสังคม ซึ่งไม่รู้จริงและทำตัวเป็นผู้รู้ สังคมเสียหายเหมือนกันก็ทำให้คนสับสน ว่าทำได้หรือทำไม่ได้” (จบ การอ้างอิง)

เนื่องจากผมไม่มีโอกาสโต้แย้งประเด็นกฎหมายในรายการเพราะหมดเวลา ถ้าอย่างนั้น เรามาดูกฎหมายกันครับ ว่าใครกันแน่ที่ไม่รู้จริง ใครกันแน่ที่ทำให้สังคมเสียหาย????

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส และ สว พ.ศ.2550(แก้ไข 2554)มาตรา 7 บัญญัติว่า เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปแล้วให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการเลือกตั้งดังต่อไปนี้

(1) กำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งซึ่งต้องกำหนดให้มีการเริ่มรับสมัครไม่เกินยี่สิบวันนับจากวันที่
พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้บังคับและต้องกำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่าห้าวัน

(2)กำหนดวันที่พรรคการเมืองจะยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อซึ่งต้องกำหนดให้เป็นวันก่อนวันรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตาม (๑) และกำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่าห้าวัน
(3) ….”

(จบการอ้างอิง)

จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามาตรา 7(2) แห่ง พรบ.ประกอบนี้ บังคับไว้แต่เพียงว่า

1 กกต ต้องกำหนดวันที่จะยื่นรับสมัครแบบบัญชีรายชื่อ
2 วันที่รับสมัครแบบบัญชีรายชื่อต้องทำก่อนวันรับสมัครแบบเขต
3ต้องเปิดรับสมัครไม่น้อยกว่า 5วัน

และ มาตรา 42 วรรคท้าย ให้ กกต ประกาศ รายละเอียดเกี่ยวกับหลักฐานการสมัครและวิธีการยื่นบัญชีรายชื่อในราชกิจานุเบกษาเพื่อให้สังคมรับทราบ

เท่านั้น(!!!!) รายละเอียดที่เหลือ เช่นสถานที่รับสมัคร กฎหมาย ไม่ได้บังคับเพราะ เจตนา เปิดช่องให้ กกต ใช้ อำนาจ ในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรจึงจัดให้มีการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญบังคับไว้ใน มาตรา 108 ก็อย่างที่ กกต สมชัย ยอมรับในรายการว่าเปลี่ยนสถานที่รับสมัครได้ ก็แค่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 1 วันก็มีผลใช้ได้ ซึ่ง

ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่องการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชกิจจานุเบกษา เล่ม130ตอนที่119 ก หน้า 22 ลงวันที่ 17 ธันวาคม พศ 2556ลงนาม โดย นาย อภิชาติ ประธาน กกต ณขณะนั้น วันที่ ๑๒ ธันวาคม พศ2556 นั้นกำหนดว่า

ให้หัวหน้าพรรคการเมืองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยหลักฐานต่างๆต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ 23 ถึง 27 ธันวาคม พศ 2556ระหว่าง 8.30 น ถึง 16.30 น.ณศูนย์เยาวชนไทย ญี่ปุ่นดินแดง

ซึ่งประกาศคณะกรรมการ การเลือกตั้งนี้ สามารถ(ย้ำว่า)แก้ไขได้ ด้วยการออกประกาศใหม่ ให้มีวิธีการ ที่หลากหลายมากขึ้น เพราะ พรบประกอบ รธน ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว.2550 บังคับแค่ 3 ประการ เท่านั้น ที่เหลือให้อำนาจ ดุลยพินิจ แก่ กกต เพื่อ ให้ กกต สามารถ ทำหน้าที่จัดการรับสมัครเลือกตั้งได้

อีกทั้งกรณี การรับสมัครแบบ ส.ส. แบบ สัดส่วน ผมย้ำว่า กฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องกระทำณ สถานที่ใด และกฎหมาย ไม่ได้ห้ามเปลี่ยนแปลงแก้ไข สถานที่ หรือ วิธีการรับสมัครเพียงแต่บังคับตาม ม.52 พ.ร.บ. ประกอบ การเลือกตั้ง ส.ส.และส.ว. ที่ให้ ยื่นต่อ กกตตามวันเวลาที่กำหนด พร้อมค่าธรรมเนียม และหลักฐนอื่นๆเท่านั้น
ซึ่งไม่เหมือนกับกรณีการรับสมัคร สส แบบแบ่งเขต ที่กำหนดสถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตกำหนด และ ทั้ง 2 กรณี (แบบบัญชีรายชื่อ และแบ่งเขต) จะนำมาปนเปกันไม่ได้

บทสรุป

แถลงการณ์ฉบับที่3 ของ สปป นั้น เจาะจงเฉพาะ ท่าทีในการทำงาน ของ กกต บางท่าน ที่มีต่อปัญหาการรับสมัคร สส แบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น โดย กกต ไม่เลือกหรือหาแนวทางอื่นที่กฎหมายเปิดช่องให้กกตกระทำได้ โดยการ ออก หรือ แก้ไข ประกาศ กกต เรื่อง การรับสมัครเลือกตั้ง ได้โดยการประกาศในราชกิจานุเบกษา เพื่อลดความรุนแรงและสูญเสียต่อมนุษย์และทรัพย์สิน

ดังนั้น ผมจึงเรียกร้อง เรียกร้อง กกตต้องทำตามหน้าที่ ที่ รัฐธรรมนูญ พศ 2550 มาตรา235 ที่บัญญัติให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
เพราะ กกต ต้องทำหน้าที่จัดให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 ก.พ. พ.ศ.2547ให้ได้ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของ กกต.ต่อคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 48 ล้านคน