กกต.ยันขั้นตอนการรับสมัครเลือกตั้งยังไม่สมบูรณ์ ขอประเมินสถานการณ์วันต่อวัน พร้อมเดินหน้าสมัครในอาคารกีฬาเวศน์ ยันไม่ลักหลับเปิดสมัครตี3
นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย และนายประวิตร รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม ได้ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังกกต.เปิดรับสมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อในวันแรกที่อาคารกีฬาเวศน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง
โดยนายศุภชัย กล่าวว่า วันนี้ (23 ธ.ค.) เป็นวันแรกที่กกต.ประกาศให้มีการรับสมัครเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ โดยมีพรรคการเมืองจำนวน 9 พรรค ที่เข้ายื่นเอกสารและหลักฐานการสมัครที่อาคารกีฬาเวศน์ 2 ส่วนอีก 25 พรรค ไม่สามารถเข้ายื่นเอกสารการสมัครที่อาคารกีฬาเวศน์ 2 จึงได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สน.ดินแดงและกองบังคับการกองปราบปราม
ขณะเดียวเจ้าหน้าที่กกต.และกกต.ทั้ง 5 คน ก็ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากมีประชาชนกลุ่มกปปส.ชุมนุมปิดล้อมทุกประตูทางเข้าออก ไม่ยอมให้มีการเข้าออก ทั้งนี้ยืนยันว่ากกต.จะพึงระวังไม่กระทำการใดๆอันเป็นการยั่วยุผู้ชุมนุม การส่งเจ้าหน้าที่ไปยังสน.ดินแดงก็เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นว่า ผู้ที่ไปลงบันทึกประจำวันเป็นผู้รับมอบอำนาจจากหัวหน้าพรรคการเมืองจริงหรือไม่เท่านั้น
"กกต.ได้ประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เราพยายามประสานขอเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในอาคารกีฬาเวศน์ 2 แต่กลุ่มผู้ชุมนุมบอกว่าเดินเข้าไปได้แต่ไม่รับรองความปลอดภัย กกต. จึงเห็นว่าไม่สมควรที่จะเดินฝ่าฝูงชนเข้าไป"ประธานกกต.กล่าว
นายสมชัย กล่าวว่า กกต.ยืนยันว่าจะดำเนินการรับสมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไปตามกำหนดการเดิม ระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค. เวลา 08.30-16.30 น. จนถึงขณะนี้กกต.ยังไม่มีมติเปลี่ยนแปลงสถานที่รับสมัครและยังไม่ขยายเวลารับสมัคร ดังนั้นผลของการยื่นเอกสารสมัครรวมถึงการลงบันทึกประจำวันของพรรคการเมืองต่างๆ ยังถือว่าไม่เป็นการรับสมัครที่สมบูรณ์เพราะยังไม่ได้ตรวจสอบเอกสาร ยังไม่มีการลงนามโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และพรรคการเมืองยังไม่ได้ชำระเงิน
นอกจากนี้กกต.ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติต่างๆของผู้สมัคร จึงยืนยันได้ว่ากกต.จะยังไม่จับสลากหมายเลขในวันนี้ (23 ธ.ค.) ส่วนข้อกล่าวหาที่ระบุว่า กกต.ลักหลับ เปิดรับสมัครตั้งแต่ช่วงเวลา 03.00 น. นั้น ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เป็นเพียงการเข้ามายื่นแสดงความจำนงว่าพรรคการเมืองจะลงสมัครรับเลือกตั้งเท่านั้น
การที่เจ้าหน้าที่ กกต.เข้าไปประจำการในอาคารกีฬาเวศน์ 2 ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ก็เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดรับสมัคร ยอมรับว่า กกต.ขยันไปเตรียมการตั้งแต่ก่อนรุ่งเช้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการรับสมัคร ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่ากกต.เปลี่ยนสถานที่ไปรับสมัครตามโรงพักนั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะการเปิดรับสมัครทำได้ที่เดียวคืออาคารกีฬาเวศน์ 2 ซึ่งเป็นไปตามที่ประกาศไว้ในราชกิจานุเบกษา
"การที่แจ้งให้พรรคการเมืองไปโรงพักเพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันว่า มาถึงแล้วแต่เข้าไปสมัครไม่ได้ โดยกกต.จะถือเอาเวลาในการลงบันทึกประจำวันมาใช้ประกอบการจับสลาก โดยพรรคที่ลงบันทึกประจำวันหลังเวลา 08.30 น.จะได้เบอร์เรียงต่อจากพรรคที่มาก่อนเวลา 08.30 น. ถึงอย่างไรการรับสมัครก็ต้องทำภายในอาคารกีฬาเวศน์ 2 แม้จะต้องโรยตัวลงไปก็ตาม ส่วนที่มีข่าวว่ากกต.จะย้ายสถานที่รับสมัครและจับสลากที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นั้น ไม่เป็นความจริง ไม่สามารถทำได้จนกว่ากกต.จะมีมติ โดยกกต.จะประชุมกันทุกวันเพื่อประเมินสถานการณ์ ขณะนี้ยังต้องรอดูจนถึงวันที่ 27 ธ.ค. จึงจะตัดสินใจได้ว่าจะนัดให้แต่ละพรรคการเมืองมาจับสลากหมายเลขในวันเวลาใด ซึ่งกกต.จะต้องประกาศและดำเนินการอย่างโปร่งใสและเปิดเผยต่อหน้าสักขีพยานและสื่อมวลชน โดยทุกพรรคการเมืองต้องเข้ามามีส่วนร่วม"นายสมชัย กล่าว
ต่อข้อถามว่าหากครบกำหนดการเปิดรับสมัครยังเข้าไปในอาคารกีฬาเวศน์ 2 ไม่ได้จะดำเนินการอย่างไร นายสมชัย กล่าวว่า ยังไม่มีคำตอบให้ในเวลานี้ เพราะกกต.ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่หรือขยายการรับสมัครออกไปก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้การปิดล้อมอาคารกีฬาเวศน์ถือว่าเข้าข่าย มาตรา 43 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กกต.หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะต้องคำนึงถึงพอสมควร ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองพิจารณาว่าจะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ ตนคิดว่าเป็นประเด็นกฎหมายทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ยังไม่จำเป็นต้องตอบตอนนี้ ขอดูสถานการณ์ไปก่อน แต่หาก กกต.ไม่ดำเนินคดีอาจถูกตั้งข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เสียเอง
ด้านนายธีรวัฒน์ กล่าวว่า แม้ในวันนี้จะเป็นเรื่องยากในการเปิดรับสมัคร แต่กกต.ก็มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด เมื่อผู้สมัครไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ได้ กกต.ก็มีวิธีบริหารจัดการเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย
สำหรับพรรคการเมือง 9 พรรคที่เข้าไปยื่นเอกสารภายในอาคารกีฬาเวศน์ได้ ประกอบด้วย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคชาติพัฒนา พรรคเพื่อไทย พรรคดำรงไทย พรรคกสิกรไทย พรรคถิ่นกาขาว พรรคชาติประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ส่วนพรรคการเมืองอีก 25 พรรค ที่เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สน. ประกอบด้วย พรรคพลังประเทศไทย พรรคเสรีนิยม พรรคชาติสามัคคี พรรครักไท พรรคไทยมหารัฐพัฒนา พรรคเสียงประชาชน พรรครักสันติ พรรคภราดรภาพ พรรคพลังสหกรณ์ พรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย พรรคแทนคุณแผ่นดิน พรรคพลังประชาธิปไตย พรรคเมืองไทยของเรา พรรคประชาสันติ พรรคพลังไทยเครือข่าย พรรคไทยรักธรรม พรรคยางพาราไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคคนขอปลดหนี้ พรรคประชาสามัคคี พรรคเพื่อสันติ พรรคพลังเครือข่ายประชาชน พรรครักประเทศไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังไทยรักชาติ


