บึ้มสะเดา3จุดเจ็บอื้อ BRNจ้องรวม3จังหวัด

บึ้มสะเดา3จุดเจ็บอื้อ BRNจ้องรวม3จังหวัด

สะเดาป่วน ระเบิด 3 จุดซ้อนทั้งคาร์บอมบ์-มอเตอร์ไซค์บอมบ์หน้าโรงพักปาดังเบซาร์ โรงพักสะเดา และโรงแรมหรูด่านนอก ชาวบ้านเจ็บระนาว 24 ราย

ประชุมด่วน สั่งวางมาตรการเข้ม หวั่นเจอบึ้มซ้ำกระทบท่องเที่ยวปีใหม่ ขณะที่รถโจรกรรมจากสายบุรี ปัตตานี โผล่ภูเก็ตพร้อมถังแก๊ส สงสัยเตรียมทำคาร์บอมบ์

เกิดเหตุระเบิดทั้งคาร์บอมบ์และมอเตอร์ไซค์บอมบ์ 3 จุดซ้อนในเขต อ.สะเดา จ.สงขลา เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ตอนล่าง มีด่านศุลกากรไทย-มาเลเซียซึ่งมีมูลค่าสินค้าส่งออกและนำเข้าสูงที่สุดในประเทศ

เป็นรองเพียงกรุงเทพมหานคร

เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 10.40 น.วานนี้ (22 ธ.ค.) มีคนร้ายลอบวางระเบิด 3 จุดต่อเนื่องกัน ได้แก่ บริเวณถนนด้านหน้าสถานีตำรวจภูธร (สภ.) ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา บริเวณลานจอด

รถใน สภ.สะเดา โดยทั้งสองจุดนี้คนร้ายใช้ระเบิดที่ติดตั้งในรถจักรยานยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์บอมบ์ แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเวลา 12.30 น. ยังเกิดระเบิดอีก แต่เป็นพื้นที่บ้านด่านนอก หมู่ 7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา บริเวณลานด้านหลังโรงแรมโอลิเวอร์ ซึ่งกำลังตกแต่งเป็นดิสโก้เธค ตรงจุดนี้คนร้ายนำระเบิดใส่ในรถกระบะแล้วนำ

ไปจอดทิ้งไว้ ก่อนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีรถเข็นขายของและร้านค้า

นอกจากนั้นยังมีรายงานระเบิดอีกหลายจุด แต่ส่วนใหญ่เป็นข่าวลือ เช่น ที่ห้างค้าปลีกชื่อดังใน อ.สะเดา ในซอยใกล้ร้านแมคโดนัลด์ บ้านด่านนอก อ.สะเดา แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีระเบิดเพียง 3 จุดเท่านั้น

ต่อมา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้ข้อมูลตัวเลขผู้บาดเจ็บว่า มีทั้งสิ้น 24 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นชาวมาเลเซีย 2 ราย ส่วนใหญ่อาการไม่สาหัส ขณะนี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 3 แห่ง คือ

โรงพยาบาลสะเดา โรงพยาบาลปาดังเบซาร์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลหาดใหญ่

เปิดชื่อผู้บาดเจ็บ-มาเลย์ 2

รายชื่อผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 8 ราย ประกอบด้วย นางสุภาภรณ์ ดำขำ อาการสาหัส ส่งต่อโรงพยาบาลหาดใหญ่ น.ส.ไสว สีสันงาม นายพิรุณ บึงชัยภูมิ นายกัลยา ถาวรรักษ์ น.ส.นันทยา นามทิพย์ น.ส.ทิพย์ (ชาวไทยใหญ่)

ส่งต่อโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ นายสุทิน จำเริญศรี ส่งต่อโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และนางพนิดา เสนาวงศ์

นอกจากนั้นยังมีกลุ่มที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ได้แก่ นายอำพล เผานี อายุ 32 ปี ชาว จ.เชียงหใม่ นาย NAN WAN WAN ชาวมาเลเซีย น.ส.บัวคำ ชิตวงศ์ อายุ 21 ปี หญิงไม่ทราบชื่อชาวมาเลเซีย อายุ

25 ปี นางสุมาลี จันเลน อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 7 ต.สำนักขาม อ.สะเดา นายศุภกร มั่งมีถาวร อายุ 62 ปี ภูมิลำเนาอยู่ใน ต.สำนักขาม นายปองพล ไชยสาร อยู่บ้านเลขที่ 115/159 หมู่ 2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา

นายโพซา กิตติศักดิ์ดำรง อายุ 60 ปี ชาว จ.เชียงราย น.ส.พิศสมัย อินทวงศ์ อายุ 23 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.สำนักขาม น.ส.วรรณภา เฮงชวน อยู่บ้านเลขที่ 10/34 ซอยรุ่งทรัพย์ หมู่ 2 ต.สำนักขาม นายธวัชชัย ศรี

สังข์ทอง อายุ 35 ปี อยู่ล้านเลขที่ 85/125 ซอยสองชัย หมู่ 2 ต.สำนักขาม เด็กหญิงไม่ทราบชื่อ อายุ 6 ขวบ ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.สำนักขาม อ.สะเดา

นอภ.ประชุมด่วนสั่งคุมเข้มหวั่นโดนซ้ำ

นายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอสะเดา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุระเบิดก็ได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ พบว่าระเบิดจุดที่ 3 ที่เป็นโรงแรม มีความเสียหายค่อนข้างมาก ทั้งยังมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่จอด

อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหายอีกหลายคัน ที่สำคัญวันเกิดเหตุยังเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก

"ผมได้เรียกประชุมด่วนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์ พร้อมกับประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพื่อวางมาตรการดูแลความปลอดภัยให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้น

มาอีก เนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน อีกทั้งเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทำให้ต้องเร่งควบคุมสถานการณ์

เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักส่วนหนึ่งของพื้นที่" นายจำลอง ระบุ

ด่านสะเดามูลค่าขนสินค้าปีละ3แสนล้าน

สำหรับ อ.สะเดา เป็นอำเภอชายแดนของ จ.สงขลา มีเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย เป็นด่านศุลกากรที่สำคัญ ทั้งด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงที่สุดของด่านชายแดนทุกด่านทั่วประเทศ

ยกเว้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น ขณะที่บ้านด่านนอกเป็นแหล่งรวมสถานบันเทิงยามค่ำคืนชื่อดังที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

ชนิดสินค้าที่นำเข้าจำนวนมากจากมาเลเซียผ่านด่านสะเดา เช่น ฮาร์ดิสก์ เมมโมรีการ์ด ซีพียู ส่วนประกอบและอุปกรณ์เครื่องจักร เฟอร์นิเจอร์ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ยางสังเคราะห์ เครื่องสูบลม เป็นต้น ส่วนชนิดสินค้า

ที่ส่งออกจากประเทศไทย ได้แก่ ยางธรรมชาติ ยางผสม ไม้ยางแปรรูป ถุงมือยาง แผ่นไม้อัด และซีพียู

มูลค่าสินค้าทั้งส่งออกและนำเข้ารายปี มีตัวเลขดังนี้

ปี 2553 นำเข้า 134,573.96 ล้านบาท ส่งออก 139,149.31 ล้านบาท รวม 273,723.27 ล้านบาท

ปี 2554 นำเข้า 144,579.16 ล้านบาท ส่งออก 162,273.71 ล้านบาท รวม 306,852.87 ล้านบาท

ปี 2555 นำเข้า 145,941.17 ล้านบาท ส่งออก 145,782.22 ล้านบาท รวม 291,723.39 ล้านบาท

ปี 2556 (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2555 - 30 มิ.ย.2556) นำเข้า 129,055.19 ส่งออก 99,769.57 รวม 228,824.76 ล้านบาท

บีอาร์เอ็นอ้างเหมารวมพื้นที่ชายแดนใต้

โดยปกติแล้ว อ.สะเดา ไม่ได้ติดกลุ่มเป็นอำเภอที่มีปัญหาความมั่นคงเหมือนอีก 4 อำเภอของ จ.สงขลา ที่มีพื้นที่ติดต่อกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ อ.จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี และเป็นพื้นที่ประกาศใช้

พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคง)

กระทั่ง อ.สะเดา ถูกลากเข้าไปเกี่ยวพันกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อในคำแถลงความตกลงยุติเหตุรุนแรงช่วงรอมฎอน 40 วันที่ชายแดนใต้ระหว่างรัฐบาลไทยกับบีอาร์เอ็น เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2556 ได้ระบุขอบเขตพื้นที่ของความตกลงว่าครอบคลุม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส กับ 5 อำเภอของ จ.สงขลา คือ อ.จะนะ เทพา สะบ้าย้อย นาทวี และสะเดา ทั้งๆ ที่ อ.สะเดา ไม่ได้เป็นพื้นที่เกิด

สถานการณ์ความไม่สงบแต่อย่างใด

นอกจากนั้น ในการแถลงผ่านคลิปวีดีโอที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ YouTube รอบที่ 4 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2556 นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็นซึ่งเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติภาพกับรัฐบาลไทย ได้ระบุ

ทำนองว่า ดินแดนที่พวกเขาเรียกขานว่า "ปาตานี" และเรียกร้องให้ถอนกำลังทหาร-ตำรวจออกจากพื้นที่นั้น อยู่ในเขต จ.สงขลา 5 อำเภอ แต่ขณะนั้นยังไม่ได้เปิดเผยชื่อ "อำเภอที่ 5" ว่าคืออำเภออะไร

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการสรุปจากทางจังหวัดและฝ่ายความมั่นคงว่า เหตุระเบิดหลายจุดที่ อ.สะเดา เที่ยวนี้มีสาเหตุมาจากเรื่องใดแน่ โดย นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า กำลัง

อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ ขณะที่ความเห็นของคนในพื้นที่เท่าที่ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไป ให้น้ำหนักไปที่การขัดผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพล เพราะเป็นแหล่งผลประโยชน์ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายมูลค่ามหาศาล

รถโจรกรรมจากสายบุรีโผล่ภูเก็ต

วันเดียวกัน ยังมีรายงานพบรถกระบะติดตั้งถังแก๊ส คาดว่าเป็นระเบิด (ซึ่งหากเป็นระเบิดจริง จะเป็นคาร์บอมบ์) จอดอยู่ด้านหลัง สภ.เมืองภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจาก อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

อย่างไรก็ดี เบื้องต้นยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นคาร์บอมบ์ที่ตำรวจตรวจยึดได้ หรือเป็นรถที่ถูกจอดไว้เตรียมก่อเหตุรุนแรง

ข่าวแจ้งว่า รถกระบะคันนี้ถูกจอดคลุมผ้าไว้ด้านหลังโรงพัก สภ.เมืองภูเก็ต มีถังแก๊สอยู่ในรถ 2 ถัง คาดว่าเป็นระเบิด ตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ผฉ 708 ปัตตานี ที่คนร้ายโจรกรรมหลังก่อเหตุยิง นายวิธาน ยาชำนาญ จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 9 พ.ค.56 ที่ ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี