วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นพดล'แถลงจวกปชป.อ้างปฏิรูปฟังไม่ขึ้น

"นพดล"ร่อนแถลงการณ์ จวก"ปชป."บอยคอตเลือกตั้ง ยกข้ออ้างปฏิรูปการเมืองฟังไม่ขึ้น เหน็บกลัวแพ้เลือกตั้งมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ส่งอีเมลแถลงต่อกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจบอยคอตการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ. 2557 นั้นไม่อยู่เหนือความคาดหมายของตน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ เคยบอยคอตการเลือกตั้งในปี 2548 และมีความขัดแย้งทางการเมืองตามมา ก่อให้เกิดการรัฐประหารในปี 2549 โดยการบอยคอตครั้งนั้นอ้างว่าเพื่อปฏิรูปการเมือง แต่ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เคยดำเนินการปฏิรูปการเมืองใดๆ เลย และเมื่อเป็นรัฐบาลในปี 2551-2554 เกือบ 3 ปี สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำอย่างเดียวคือ แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 เรื่องที่มาของ ส.ส. โดยสังคมตั้งคำถามในขณะนั้นว่าว่ากติกาใหม่จะทำให้นักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้เปรียบในการเลือกตั้งใช่หรือไม่ ดังนั้นการอ้างเหตุผลว่าต้องบอยคอตการเลือกตั้งในวันนี้ เพื่อปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง จึงฟังไม่ขึ้น แต่มีคนตั้งคำถามว่าเหตุผลที่แท้จริงคือพรรคประชาธิปัตย์กลัวว่าจะไม่ชนะเลือกตั้งใช่หรือไม่

นายนพดล กล่าวด้วยว่า สำหรับข้ออ้างในการบอยคอตครั้งนี้ที่ว่าต้องปฏิรูปให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งนั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะประเทศไทยต้องได้มีรัฐบาลเพื่อพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง และกระบวนการปฏิรูปเป็นกระบวนการที่ต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลานานเช่น เดียวกันกับการพัฒนาประเทศ ประชาชนรู้ทันว่าข้อเรียกร้องของ กปปส.ให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เป็นเพียงข้ออ้างให้มีการมอบอำนาจให้นายสุเทพตั้งสภาประชาชนทั้งๆที่ไม่มีกฎหมายใดๆรองรับ ส่วนเรียกร้องให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนั้น รัฐบาลไม่สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย และไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใด ให้อำนาจรัฐบาลในการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปรากฏชัดเจนแล้วว่า การเรียกร้องทางการเมืองที่ใช้ความรุนแรง และการกระทำผิดกฎหมายอาญา ได้ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ และทำให้เงินตราต่างประเทศไหลออกจากประเทศไทย จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง และทำให้นักลงทุนไม่มาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ และทำลายโอกาสของเพื่อนร่วมชาติ ที่จะลืมตาอ้าปากได้