"สุธาชัย"ระบุสถานการณ์ม็อบหากเกิด20ปีก่อนรัฐประหารไปแล้วแต่ครั้งนี้ยากกว่า เกิดภาวะยันกันฝ่ายม็อบไม่มีหมัดเด็ดโค่นรัฐบาล
นายสุธาชัย ยิ้มประเสิริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาทางการเมืองที่น่าสนใจประการหนึ่งในสมัยยิ่งลักษณ์ คือ การที่รัฐบาลคุมกลไกรัฐไม่ได้ เพราะกลไกรัฐพยายามจะไม่ให้ความร่วมมือ ภาวะเช่นนี้ เคยเกิดครั้งแรกในช่วงก่อน 6 ตุลาฯ ที่รัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช คุมกลไกรัฐไม่ได้ กลไกรัฐเดินหน้าไปเข่นฆ่านักศึกษา โดยรัฐบาลไม่ได้สั่งการ ผลจากกรณีนั้นคือการรัฐประหาร แล้วตั้งรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร ที่รัฐบาลและกลไกรัฐเดินไปด้วยกันได้
ต่อมาคือสมัยคุณสมัคร-สมชาย ที่มาจากชัยชนะในการเลือกตั้ง แต่กลไกรัฐไม่สนับสนุน รัฐบาลจึงแทบจะไม่มีกลไกรับมือฝ่ายพันธมิตร กลไกรัฐวางเฉยปล่อยให้พันธมิตรยึดสนามบิน และนำมาสู่การล้มรัฐบาลโดยศาลรัฐธรรมนูญ แล้วตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยมีฝ่ายทหารช่วยอำนวยการ กลไกรัฐทุกองคาพยพช่วยกันโอบอุ้มรักษารัฐบาลอภิสิทธิ์ และกองทัพกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอีกครั้งในการปราบปรามฝ่ายที่ต่อต้านอภิสิทธิื
นายสุธาชัย กล่าวว่าพอมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สภาพเดิมคล้ายรัฐบาลสมชายเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีบทเรียน จึงสร้างความสัมพันธ์แบบประนีประนอมกับกองทัพ หลีกเลี่ยงที่จะกระทบกับศาลและองค์กรอิสระ จึงประคองตัวมาได้ 2 ปี ก่อนที่จะเกิดวิกฤตม็อบสุเทพจนทำให้ต้องยุบสภา
และจะเห็นได้ว่า ศาลและองค์กรอิสระทั้งหลาย ต่างก็พยายามช่วยฝ่ายม็อบ ฝ่ายทหารก็รักษาระยะห่างจากรัฐบาล สื่อกระแสหลักและชนชั้นกลางในเมืองส่วนใหญ่ ก็แสดงความเห็นใจฝ่ายม็อบ สถานการณ์แบบนี้ ถ้าเป็น 20 ปีก่อน คงจะรัฐประหารโค่นรัฐบาลไปแล้ว แต่ในครั้งนี้่ยากกว่า เพราะรัฐบาลรักษาแนวทางตามกฏหมาย ไม่เปิดช่องในการสร้างความชอบธรรมสำหรับการล้มรัฐบาล นอกจากจะต้องตะแบง แต่รัฐบาลก็ขาดกลไกสนับสนุนในการแก้ปัญหาให้เด็ดขาด จึงเกิดภาวะขั้นยันกันในขณะนี้ ฝ่ายม็อบก็ไม่มีหมัดเด็ดที่จะโค่นรัฐบาลเช่นกัน





