จับตาทหาร"เทคโอเวอร์"โต๊ะเจรจาดับไฟใต้ จากที่เคยให้น้ำหนักกับฝ่ายพลเรือน นำโดย สมช. และศอ.บต. ร่วมกับภาควิชาการและภาคประชาสังคม
การพูดคุยสันติภาพดับไฟใต้ระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยนำโดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กับขบวนการบีอาร์เอ็นกลุ่มของ นายฮัสซัน ตอยิบ ต้องสะดุดไปโดยปริยายจากปัญหาการเมืองภายในของประเทศไทย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาขัดแย้งภายในของบีอาร์เอ็นและขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนอื่นๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญด้วยเช่นกัน
จนถึงขณะนี้มีการคาดการณ์กันไปหลายแนวทาง บ้างก็ว่าการพูดคุยสันติภาพในช่องทางนี้ ซึ่งหมายถึงช่องทางการสื่อสารระหว่างรัฐบาลไทยกับบีอาร์เอ็นกลุ่มนายฮัสซัน ซึ่งมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก น่าจะถึงทางตันแล้ว บ้างก็มองแง่ร้ายว่าโต๊ะพูดคุยถือว่าล้มไปแล้ว ขณะที่บางกระแสก็ยังมองแง่ดีว่าการพูดคุยยังคงมีอยู่ เพียงแต่อยู่ในช่วง "พักยาว"
ประเมินกันว่าหากจะมีการพูดคุยกันในช่องทางนี้อีก ก็ต้องรอหลังเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 แต่นั่นตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ต้องเกิดขึ้น และพรรคเพื่อไทยจะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกรอบ โดยระหว่างทางไม่มีการเปลี่ยนตัว พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร บนเก้าอี้เลขาธิการ สมช.ด้วย
จะเห็นได้ว่าโอกาสของการพูดคุยกันต่อในช่องทางเดิม แม้จะยังมีอยู่ แต่ก็มีเงื่อนไขประกอบเยอะเหลือเกิน รวมทั้งท่าทีของบีอาร์เอ็น เนื่องจากเพิ่งมีการเผยแพร่แถลงการณ์ที่อ้างมติ "สภาปฏิวัติ" เมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค.ว่าจะไม่มีการส่งตัวแทนร่วมพูดคุยกับรัฐบาลไทยอีก เพราะไทยยังไม่นำข้อเรียกร้อง 5 ข้อเข้าขอคำรับรองจากรัฐสภา อีกทั้งนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ประกาศเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ (ปัจจุบันสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบไปแล้ว และนายกฯก็มีสถานะเพียงนายกฯรักษาการ)
ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ที่กล่าวมา ทำให้หลายคนเชื่อว่าโต๊ะพูดคุยที่ริเริ่มอย่างเปิดเผยเป็นทางการเมื่อ 28 ก.พ.2556 นั้น เสมือนหนึ่ง "ล้มไปแล้ว" แต่สิ่งที่สมควรให้ความสนใจมากกว่าก็คือ จะมีการพูดคุยใน "ช่องทาง" (Track) อื่นอีกหรือไม่
ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา คือ บทบาทของกองทัพผ่าน พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ประสานงานชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน กองทัพบก ในฐานะเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 (ตท.12) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งมีประสบการณ์การพูดคุยเจรจาทั้งกับกลุ่มพูโล และโจรจีนคอมมิวนิสต์ (จคม.) โดยเฉพาะกลุ่มหลัง ได้ช่วยมาเลเซียเจรจาจนกระทั่ง จคม.ยอมวางปืน
พล.อ.อกนิษฐ์ ออกสื่อบ่อยครั้งในช่วงหลัง (ก่อนยุบสภา) แต่ละครั้งก็ย้ำถามหาความจริงใจของมาเลเซียในการช่วยไทยแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ท่าทีของ พล.อ.อกนิษฐ์ ถูกจับตาจากหลายฝ่ายว่าเป็นการแสดงบทบาทแทน ผบ.ทบ.ที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการพูดคุยแบบเปิดของรัฐบาล ที่เสมือนเป็นการยกระดับบีอาร์เอ็นขึ้นมาเป็นคู่เจรจากับไทยในสถานะเท่าเทียมกันหรือเปล่า
ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2556 จู่ๆ ก็มีความเคลื่อนไหวที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ติดตามปัญหาภาคใต้ คือ การปรากฏกายของ ดร.วันกาเดร์ เจ๊ะมัน อดีตประธานเบอร์ซาตู ขึ้นเวทีปาฐกถา "10 ปีปัญหาภาคใต้" ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยมีหน่วยข่าวทั้งไทย เทศ และผู้เกี่ยวข้องกับปัญหาภาคใต้ในมิติต่างๆ ไปรอรับฟังกันแน่นห้องประชุม
เพราะสถานะของ ดร.วันกาเดร์ คือผู้ที่เคยพยายามรวบรวมขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น บีอาร์เอ็น พูโล บีไอพีพี และจีเอ็มไอพี ให้มาอยู่ใต้ร่มเดียวกัน คือ เบอร์ซาตู เพื่อความเป็นเอกภาพและเพิ่มอำนาจต่อรองกับรัฐบาลไทย
แม้แนวทางของ ดร.วันกาเดร์ จะไม่ประสบความสำเร็จในระยะยาว แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นบุคคลที่อยู่ใน "ยุทธจักร" คนหนึ่ง
ทัศนะของ ดร.วันกาเดร์ ที่ได้แสดงปาฐกถาและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไทยบางสำนัก รวมทั้ง "กรุงเทพธุรกิจ" คือ คู่เจรจาบนโต๊ะพูดคุยสันติภาพที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการอยู่นั้น ยังไม่ใช่ตัวจริง หากแต่ตัวจริงอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ จึงไม่ควรไปให้น้ำหนักกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว (บีอาร์เอ็น) ในการพูดคุย
ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ยังปรากฏภาพ ดร.วันกาเดร์ เข้าพบ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ถึงที่ทำเนียบรัฐบาล และยังมีการระบุจากผู้รับผิดชอบว่า หลังจากนี้ ดร.วันกาเดร์ จะมาร่วมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางพูดคุยเจรจากับผู้เห็นต่างจากรัฐ หรือกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
และล่าสุดในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ดร.วันกาเดร์ จะไปขึ้นเวทีพูดถึงปัญหาภาคใต้ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา งานนี้จัดโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ทั้งๆ ที่ ดร.วันกาเดร์ แสดงท่าทีคัดค้านการพูดคุยในช่องทางของรัฐบาล ระหว่าง สมช.กับบีอาร์เอ็นกลุ่มนายฮัสซันอย่างชัดเจน
นี่คือสาเหตุที่นำมาสู่ข้อสังเกตที่ว่า "กองทัพ" หรือ "ทหาร" กำลังรุกคืบเข้ามาเพื่อ "เทคโอเวอร์" กระบวนการพูดคุยเจรจาดับไฟใต้หรือไม่ จากที่เคยให้น้ำหนักกับฝ่ายพลเรือน นำโดย สมช. และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับภาควิชาการและภาคประชาสังคม
หากใครได้ฟังทัศนะของ ดร.วันกาเดร์ แบบเต็มๆ ที่สมาคมนักข่าวฯ เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ก็จะพอมองเห็นทิศทางของการพูดคุยเจรจาในช่องทางใหม่ "กรุงเทพธุรกิจ" นำบางช่วงบางตอนมานำเสนอดังนี้
O คุยกลุ่มเดียว...ไม่ถูกต้อง
ดร.วันกาเดร์ บอกว่า การพูดคุยสันติภาพที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ แม้จะเป็นสิ่งที่ดี แต่มีปัญหาทางเทคนิค เพราะมุ่งคุยกับกลุ่มเดียว
"ถ้าคุยลับๆ ไม่เป็นไร นี่คุยโจ่งแจ้ง เอาทีวีมาโชว์ กลุ่มอื่นที่เคลื่อนไหวอยู่ด้วยเขาจะคิดอย่างไร เทคนิคเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่ไปพูดไปคุยแล้วจะผลทางบวกเสมอไป ที่สำคัญที่คุยอยู่ก็ผิดตัว เพราะคนที่ก่อเหตุอยู่ในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในองค์กร เขาอยู่เหมือนคนอื่นๆ ส่วนคนในองค์กรไม่ได้มีบทบาท คนที่มีบทบาทปาระเบิดมันคนอื่น มันกลุ่มอื่น ที่เผาโรงเรียนหลายปีก่อนต้องเอาไว้ก่อน วันนี้ต้องเอาพวกปาระเบิดมาคุยก่อน แต่กลับไปเอาคนที่ก่อเมื่อ 5-10 ปีก่อนมาคุย อย่างนี้ก็สร้างปัญหา”
ดร.วันกาเดร์ ขยายความว่า ผู้ก่อเหตุรุนแรงในปัจจุบันเป็นองค์กรใต้ดิน เรียกคนเหล่านี้ว่าพวก "จูแว" ภาษาปัตตานีว่า "ออแกจูแว" แปลว่า "นักสู้"
"เพราะฉะนั้นพวกนี้สู้ ถ้าเราทำผิดพลาด ไม่ถูกใจ เขาสู้ เขาอ้างพระเจ้า เขาสู้ เขาตายก็ได้ขึ้นสวรรค์ ฉะนั้นถ้าทำไม่ถูกใจเขาทำทันที เพราะสวรรค์รออยู่ ส่วนใหญ่เขาทำเพราะความแค้น กลุ่มเหล่านี้เมื่อก่อนตอนตั้งองค์กรก็มีอุดมการณ์ แต่เดี๋ยวนี้เขาคุมลูกน้องไม่ได้ กลุ่มที่แตกออกจากองค์กร แตกมาแล้วรวมกันอีกกลุ่มหนึ่ง แล้วก็ทำ (ก่อเหตุรุนแรง) ตามที่ผมเข้าใจมีทั้งหมด 9 กลุ่ม (หมายถึงกลุ่มที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนต่างๆ เช่น พูโล บีอาร์เอ็น) ส่วนกลุ่มที่ 9 คือกลุ่มที่แตกออกมาจากกลุ่มต่างๆ มารวมตัวเป็นกลุ่มที่ 9"
O ตัวจริง...ไม่มีชื่อ
"กลุ่มที่ว่านี้แสดงมาก (หมายถึงมีบทบาทมาก) คือ 1.พวกเขาก็ทำได้ 2.ไม่บอกชื่อ ไม่มีชื่อ ตั้งชื่อไม่ได้ อาจจะมีชื่อในอนาคตหรือไม่ก็ไม่ทราบ คนที่อยู่บนดิน ยากที่จะเข้าใจเรื่องใต้ดิน เพราะคิดไม่เหมือนกัน อย่าไปคิดว่าคนใต้ดินคิดเหมือนคนบนดิน เดี๋ยวนี้จะไปชี้ว่าใครเป็นตัวจริง...หาไม่ได้ เพราะเราอยู่บนดิน ถ้าไปออแกไนซ์ (บริหารจัดการ) องค์กรใดก็ตาม พอไปถามแล้วบอกใครประธาน เขาตอบวันกาเดร์ ถ้าตอบอย่างนี้แสดงว่าผมไม่ใช่ คนออกคำสั่งเป็นอีกคน ไม่ใช่ผม คนที่สั่งไม่มีชื่อ ไม่มีใครรู้จัก ส่วนผมถูกจับก็ไม่เป็นไร"
“คนสั่งจริงๆ ผมยังไม่เห็นคนนอกรู้ หนังสือพิมพ์ลงก็ไม่เคยเห็น ไม่ว่าจะเป็นบีอาร์เอ็น พูโล เบอร์ซาตู หรืออะไรก็ช่าง คนออกคำสั่งไม่มีชื่อ ถ้ามีก็จบ"
O ดึงพวกใต้ดินช่วยคุย
ดร.วันกาเดร์ ย้ำว่า ปัญหาที่เกิดเป็นเรื่องใต้ดิน เพราะฉะนั้นต้องใช้คนใต้ดินมาช่วยชี้ว่าคนนี้เป็นตัวจริงหรือไม่ คนใต้ดินที่มีความคิดว่าเราควรแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี คนที่คิดแก้ปัญหาแบบใช้ปืนไม่ต้องเอามาช่วย แม้วิธีนี้จะยาก แต่ก็ต้องพยายาม
"เราต้องใช้จูแวด้วยกันไปชักจูงเขา จูแวที่เห็นพ้องกับสันติวิธี หากคนพวกนี้ไปพูดกับเขา สถานการณ์จะดีขึ้น การแก้ปัญหาแบบใช้กำลังมีแต่แพ้กับแพ้ แต่แก้ปัญหาแบบสันติวิธี มีแต่ชนะกับชนะ ถ้าใช้กำลังมีแต่แพ้ และพวกที่แพ้ที่สุดคือจูแว เพราะอาวุธน้อยกว่า"
"จูแวคือกลุ่มที่ไม่ฟังองค์กรทั้งหลาย ต้องเอาคนใกล้ชิดไปคุย รวมทั้งพวกนักการศาสนา บางคนบอกว่าพวกนี้อยู่ในป่าลึก ลึกเกินกว่าจะสัมผัสได้ แต่พวกนี้คือพวกที่ก่อเหตุจริงๆ ต้องไปสะกิดคนที่กำลังก่อเหตุมาคุย อย่างผม...คุยอีก 30 เดือนก็ไม่จบ เพราะผมไม่เกี่ยว ไม่ได้สั่ง แต่มาถามผมได้ว่าใคร กลุ่มไหน แต่ท่านต้องไปเอง มาถามผมก่อนได้ บอกลับๆ นะ บอกเปิดเผยเดี๋ยวโดนขู่"
O 5 จุดอ่อนดับไฟใต้
ดร.วันกาเดร์ ยังวิเคราะห์ถึงวิธีการแก้ปัญหาของรัฐบาลไทยในวาระ 10 ปีไฟใต้ว่า แม้จะเดินถูกทางแล้ว แต่ยังแก้ไม่ได้ เพราะมีจุดอ่อน คือ 1.ยังใช้วิธีปราบปรามเป็นหลัก ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ 2.ต้องแก้โดยสันติวิธี คือมานั่งพูดคุยหาทางออกโดยไม่ต้องใช้ระเบิด ใช้ปืน
3.การแก้ปัญหาใต้ต้องแก้ร่วมกัน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐแก้ฝ่ายเดียว ถึงแก้ได้แต่ก็ไม่จบ ต้องแก้ร่วมกัน 2 เสาหลัก คือเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ที่เห็นต่างจากรัฐที่เห็นดีด้วยกับการแก้ปัญหาสันติวิธี 4.ปัญหาสามจังหวัดภาคใต้เป็นปัญหาภายในของไทย ฝ่ายรัฐบาลก็พูดบ่อย รัฐบาลพูดบ่อย วิธีแก้ต้องแก้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เวลาพูดเราพูดว่าเป็นปัญหาภายในของเรา แต่เวลาแก้ต้องข้ามพรมแดนให้คนอื่นมาช่วยแก้ มันผิดหลัก ส่วนสถานที่พูดคุยใช้ที่สุราษฎร์ธานี บ้านของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ได้ เชียงใหม่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจังหวัดที่ไม่ใช่ภาษาไทย
5.ต้องมีองค์กรหนึ่งที่สามารถชี้แนะได้อย่างแม่นยำว่ากลุ่มใด องค์กรใดที่กำลังมีบทบาทในการสร้างปัญหาความขัดแย้งในสามจังหวัด ต้องมีองค์กรที่เป็นนักสืบที่สามารถชี้ได้ว่านี่เป็นตัวจริง อย่าไปพูดกับคนอื่น ต้องเอาคนนี้มาพูด ไม่อย่างนั้นเสียเวลาเปล่า





