"อัญชลี"เดือดเตรียมฟ้องเอาผิด"ธาริต"หลังจนท.ดีเอสไอ ข่มขู่พ่อให้เซ็นเอกสารลับถึงบ้าน คปท.เตรียมเคลื่อนทัพไป "ดีเอสไอ" อีกจันทร์นี้
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. เวลา 15.20 น. ที่หลังเวทีกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุข (กปปส.) อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. กล่าวว่า ในวันที่ 22 ธ.ค. เวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. จะเริ่มทำกิจกรรมที่วงเวียนใหญ่ เพื่อเชิญชวนและระดมมวลชนจากฝั่งธนบุรีให้เคลื่อนขบวนมาสมทบที่เวทีสีลมและสวนลุมพินี จากนั้นนายสุเทพจะเดินไปเยี่ยมทุกเวทีใหญ่ ก่อนกลับมาอ่านแถลงการณ์ปราศรัยครั้งสำคัญที่เวทีราชดำเนินภายหลังเคารพธงชาติในเวลา 18.00 น.
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกแถลงการณ์ ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์และศอ.รส. ใส่ร้ายประชาชนว่าไม่เคารพกติกา ก็ยืนยันว่าการชุมนุมครั้งนี้ตามศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการเคารพกติกา ซึ่งต่างจากรัฐบาลที่พยายามออกกฎหมายล้างผิด มีการกระทำต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนที่รัฐบาลพยายามอ้างนานาชาติว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ไม่สามารถค้าขายกับต่างประเทศได้นั้น ความเป็นจริงเศรษฐกิจล้มเหลว ก็มาจากนโยบายประชานิยมและการบริหารงานของรัฐบาล
นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า ส่วนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่าจะตั้งสภาปฏิรูป แต่ขอให้มีการเลือกตั้งก่อนนั้น กปปส.ขอย้ำว่าประชาชนออกมาแสดงเจตจำนงแล้วว่าต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง อีกทั้งได้รับกาตอบรับจากหลายองค์กร ดังนั้นรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากรักษาการด้วยเช่นกัน ขณะที่ศอ.รส.และน.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดว่าประชาชนออกมาคุกคามการทำงานเจ้าหน้าที่ ก็ขอยืนยันอีกว่า ประชาชนมาชุมนุมด้วยความสงบ ไม่ใช้ความรุนแรง แต่วันนี้ (21ธ.ค.) ประชาชนถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ จากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ใช้อำนาจทำหน้าที่เกินกว่ากฎหมายให้อำนาจไว้ จนทำให้องค์เสื่อม
นางอัญชลี ไพรีรักษ์ แนวร่วมกปปส. กล่าวว่า จากนี้จะมีคดีที่จะฟ้องร้องเป็นรูปธรรมกับดีเอสไอกับนายธาริต ภายหลังนายธาริต ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอประมาณ 10 คน มาที่บ้านพักเมื่อวานนี้ เวลา 16.00 น. พร้อมทั้งข่มขู่ คุกคามบ้านของตนที่จ.สมุทรปราการ ซึ่งบ้านหลังนี้มีบิดาอายุ 88 ปีมีปัญหาเรื่องสุขภาพ อาศัยอยู่ร่วมกับพี่สาวกับพี่เลี้ยง แต่ระหว่างนั้นพี่สาวกับพี่เลี้ยงไม่มีใครอยู่บ้าน เจ้าหน้าที่ดีเอสไอก็เรียกให้บิดาของตนออกมาเซ็นเอกสารฉบับหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเอกสารอะไร พร้อมบอกว่าเป็นของนางอัญชลี ซึ่งตอนนั้นบิดาของตนก็ยอมเซ็นเอกสารดังกล่าวไป
นางอัญชลี กล่าวด้วยว่า จากนั้นเมื่อพี่เลี้ยงกลับมาที่บ้านก็โทรหาพี่สาวของตนทันที โดยเมื่อพี่สาวกลับมาถึงบ้านก็ขอดูเอกสารกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ แต่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอกลุ่มนั้นก็บอกว่าไม่ให้และเก็บเอกสารที่ได้เซ็นไว้ทันที แล้วบอกว่าให้ไปเจอกันที่สถานีตำรวจ โดยเมื่อพี่สาวไปถึงสถานีตำรวจก็พบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอกลุ่มนั้นทั้งหมดรออยู่ ซึ่งพี่สาวก็ได้แจ้งความไปว่าให้คนแก่เซ็นชื่อในเอกสารได้อย่างไรโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
"เจ้าหน้าที่ดีเอสไอยังมาบอกว่าเจ้านายสั่งมา แต่การไปก็คุกคาม ข่มขู่ ใส่แว่นดำ ก็ไม่สมเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และยังเอาเอกสารนั้นกลับไปด้วย ถ้าบอกว่าเป็นหมายเรียก แล้วจะไปที่บ้านหลังนั้นทำไม เพราะดิฉันไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนั้น ดีเอสไอเป็นแบบนั้นได้อย่างไร ไปข่มขู่ให้คนแก่เซ็นชื่อ เรื่องนี้ถ้าเป็นพ่อนายกฯโดนข่มขู่ นายกฯก็คงไม่ยอมเช่นกัน"นางอัญชลี กล่าว
ขณะที่นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กล่าวว่า สำหรับตนก็มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมายื่นหนังสือที่บ้านพักเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยพยายามให้บิดาเซ็นรับรองเอกสารเช่นกัน แต่โชคดีที่บิดาไม่ได้เซ็นพร้อมกับระบุว่าตนไม่ได้อยู่บ้านนี้เป็น 10 ปีแล้ว เรื่องนี้จึงเห็นว่าการกระทำของดีเอสไอไม่ถูกต้อง เพราะหากจะมายื่นหมายศาลหรือหมายเรียก ตามหลักปฏิบัติเจ้าหน้าที่ควรมาเพียงแค่คนเดียว แต่การมาในลักษณะนี้เหมือนมาจับกุมหรืออายัดทรัพย์ ดังนั้นในวันจันทร์นี้ขอให้นายธาริตอย่าไปไหน ตนและมวลชนจะไปเยี่ยมนายธาริตที่ดีเอสไอด้วย





