วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุเทพ'รับหาทางไม่ให้มีเลือกตั้ง2ก.พ.57

"สุเทพ"เสนอ 5 แนวทางปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ย้ำจบงานนี้ไม่คิดเล่นการเมืองอีก รับกำลังหาทางไม่ให้มีเลือกตั้ง 2 ก.พ.57

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีโดยยังคงกล่าวย้ำให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนเลือกตั้ง พร้อมปฏิรูปกติกาการเลือกตั้ง กฎหมายที่ลงโทษผู้กระทำผิดทุจริตคอรัปชั่น ไม่มีอายุความ ปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และการกระจายอำนาจปกครองลงไปท้องถิ่น มีแค่ส่วนกลางและท้องถิ่น จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการเอง จากนั้น จึงมีการเสวนา โดยมี นายสุริยะใส กตะศิลา ดร.เจษฎ์ โทณวนิก นายคมสันต์ โพธิ์คง และนายชัยมงคล เสน่หา เป็นวิทยากร ซึ่งได้รับความสนใจจากอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา บุคคลทั่วไปจำนวนมาก

ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ไปไหนมาไหนก็ลำบาก เพราะมีหมายจับติดตัวอยู่ แต่เมื่อทาง ม.รามคำแหงจัดเวทีที่เป็นประโยชน์ขึ้นมา ก็ต้องมาให้ได้ ถึงตอนนี้ที่ประชาชนออกมาสู้เพื่อโค่นระบอบทักษิณ และต้องการปฏิรูปประเทศ ยังคงเป็นรูปแบบที่ยึดความสันติ ไม่ใช่ความรุนแรง จะเห็นได้ว่าการชุมนุมที่ผ่านมาของกปปส.ไม่เคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจากน้ำมือของผู้ชุมนุมเลย เพราะนี่เป็นการต่อสู้ของคนที่รักชาติ ไม่ใช่พวกก่อการร้าย

ทั้งนี้ การต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับระบอบทักษิณจำเป็นต้องใช้เวลา จบสั้นๆ คงเป็นไปไม่ได้ ต้องใช้พลังที่มาจากแรงใจของผู้ชุมนุม โดยจะชนะกันได้ก็ต้องวัดกันที่มวลชนที่ออกมาร่วมสู้ด้วยกัน ถึงขณะนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ประชาชนต้องการปฏิรูปประเทศ เพื่อเป็นทางออกให้บ้านเมืองได้เดินก้าวหน้า แต่ยังมีเรื่องที่สับสน ซีกของรัฐบาลบอกว่า ต้องเลือกตั้งกันก่อนแล้วถึงจะปฏิรูป ซึ่งประชาชนไม่เอาแน่นอน เพราะหากเลือกตั้งก็เป็นคนกลุ่มเดิมที่กลับมามีอำนาจอีก และหากจะแก้ไขกฎหมาย หรือปฏิรูปก็เกิดจากน้ำมือของคนอำนาจเดิมที่ไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ แต่หากปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ก็จะเป็นการกระทำจากความต้องการของประชาชน ไม่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าจะไม่กลับไปเล่นการเมืองอีกแน่นอน งานนี้จะเป็นงานสุดท้าย พอจบแล้วก็เลิกกัน

"ผมบอกได้เลยว่าสถานการณ์การเมืองทุกวันนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ พวกโลกสวยทั้งหลายจงรู้ไว้ด้วย หากจะเอาหลักเกณฑ์มาแก้ไขปัญหานั้นคงไม่ได้ เพราะสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีอยู่ในตำรา สิ่งที่ประชาชนต้องการคือให้น.ส.ยิ่งลักษ์ ชินวัตร และครม.ลาออกจากการรักษาการ เพื่อให้เกิดสุญญากาศในช่วงสั้นๆ และจะได้มีนายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลที่มาจากประชาชน เพื่อนำไปสู่การตั้งสภาประชาชนต่อไป เราอยากได้การเลือกตั้ง แต่ขอให้มีการปฏิรูปก่อนเพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่ใช้การเลือกตั้งเป็นบันไดสู่อำนาจเหมือนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งผมยืนยันไม่ได้ว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ส่วนตัวกำลังปรึกษากันว่า จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง และการกระทำนั้นต้องไม่เข้าข่ายความผิดขัดขวางการเลือกตั้ง" นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวว่า คำว่าสภาประชาชนถูกโจมตีว่าคือระบอบคอมมิวนิสต์ จริงๆ คือเป็นสภาที่ไม่มีนักการเมืองมาเกี่ยวข้อง ประชาชนต้องการที่จะดำเนินการเองทั้งหมด เพราะที่ผ่านมานักการเมืองเข้ามาในสภาก็เขียนกฎหมาย แก้กฎหมายเพื่อพวกพ้องตนเองทั้งหมด นี่คือสัจธรรมของนักการเมือง แต่สภาประชาชนก็จะอยู่ไม่นาน จะอยู่เพียงแค่ 1 ปีเพื่อแก้ไขปัญหาปฏิรูปประเทศชาติ และนำไปสู่การเลือกตั้ง โดยสิ่งที่ต้องปฏิรูปโดยสภาประชาชนมีอยู่ 5 เรื่อง คือ

1.การเลือกตั้ง โดยต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ต้องไม่ให้มีการทุจริตการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้ตัวแทนที่เป็นตัวแทนจริงๆ เป็นคนดีเข้าไปทำงานในสภา 2.การคอรัปชั่น ต้องแก้กฎหมายการทุจริต คอรัปชั่นให้ครอบคลุม เช่น หากมีการทุจริตขึ้นมา ประชาชนในฐานะที่เป็นผู้เสียหาย สามารถยื่นฟ้องผู้ทุจริตได้ทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการทางตำรวจ ที่ยุ่งยากชักช้า และรับใช้นักการเมืองทำให้คดีไม่มีความคืบหน้า อีกทั้ง คดีคอรัปชั่น ต้องไม่มีอายุความ คนทุจริตแก่แค่ไหนเมื่อทำผิดก็ต้องเข้าคุก ต่อให้หนีไปต่างประเทศกลับมาก่อนตาย ก็ถือว่ามีความผิด

3.ยกเลิกระบบราชการส่วนภูมิภาค ประชาชนสามารถเลือกและแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้เอง ไม่ใช่นักการเมืองเข้ามาแต่งตั้งให้ รวมถึงงบประมาณของแต่ละจังหวัดก็ต้องเป็นธรรม ไม่ใช่จังหวัดของฝ่ายค้านแล้วรัฐบาลไม่จัดสรรงบให้ 4.แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งเชื่อว่ามีประเด็นที่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น ช่วยเหลือคนจนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยดูแลเรื่องที่พักอาศัย การศึกษา อาชีพ และการรักษาพยาบาล และจะไม่ให้มีนโยบายประชานิยมมาหากินอีกต่อไป เพราะถือเป็นการต้มประชาชน และ 5.ปฏิรูปตำรวจ ต้องเป็นตำรวจที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง คนที่จะให้คุณให้โทษกับตำรวจคือประชาชน ไม่ใช่นักการเมืองอีกต่อไป และคณะกรรมการตำรวจที่เป็นพลเรือน ก็ต้องเป็นประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่พวกพ้องของตำรวจเหมือนเดิม และเมื่อปฏิรูปได้ตาม 5 ข้อข้างต้นแล้ว ก็จะกลับเข้าสู่รูปแบบการเลือกตั้งได้ทันที