"ยิ่งลักษณ์"ประชุมสภากลาโหม พร้อม"ผบ.เหล่าทัพ"20 ธ.ค.นี้ "ผบ.สส." ขอเหล่าทัพปิดปากงดจ้อการเมือง
รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรักษาการรมว.กลาโหม ได้กำหนดให้มีการประชุมการประชุมสภากลาโหมประจำเดือน ธ.ค. ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี โดยมีพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผบ.เหล่าทัพ เข้าร่วมประชุม
ขณะเดียวกันการประชุมผบ.เหล่าทัพประจำเดือนที่ตามเดิมจะมีการประชุมกันในวันที 24 ธ.ค.นี้ ที่กองบัญชาการกองทัพบก ล่าสุดทางกองทัพไทยได้มีคำสั่งให้เลื่อนการประชุมออกไปโดยไม่มีกำหนด เพราะทางพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ไม่อยากให้กลุ่มการเมืองต่างๆมาจับตาการประชุมของผู้นำเหล่าทัพในช่วงนี้ เพื่อนำไปเป็นประเด็นการเมือง อีกทั้งในช่วงปลายปี นายทหารระดับสูงแต่ละเหล่าทัพมีกำหนดการที่จะเดินทางลงตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกับกำลังพลที่ทำหน้าที่บริเวณแนวชายแดนจึงได้สั่งให้มีการเลื่อนการประชุมออกไปก่อน
ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมนายทหารระดับ 5 เสือทบ.ได้สั่งยกเลิกกองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.)สำรองที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์(ร.1รอ.) และเดินทางกลับเข้ามาทำงานภายในกองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินตามปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ มองว่า ไม่เหมาะสมที่จะไปทำงานภายนอกกองทัพบกเป็นระยะเวลานาน เพราะเกรงว่า จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ อีกทั้งเห็นว่า สถานการณ์การชุมนุมขณะนี้โดยรอบได้คลี่คลายลงไปในระดับหนึ่งแล้ว
แหล่งข่าวนายทหารระดับสูงจากกองทัพไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ออกมากล่าวในจุดยืนของกองทัพว่า จะสนับสนุนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กองทัพในทางลบนั้น ทางผบ.เหล่าทัพจึงได้มีการพูดคุยกันว่า ขณะนี้สถานการณ์มีความละเอียดอ่อน ไม่ว่า กองทัพจะแสดงความคิดเห็นไปในแนวทางใดก็ตามย่อมจะมีคนที่เห็นต่างแสดงความไม่เห็นด้วยและพยายามดึงกองทัพไปเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นทางพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส.จึงขอผบ.เหล่าทัพว่า ไม่ควรให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมือง และทุกคนจะต้องระมัดระวังในการให้ข่าวที่จะมีผลกระทบ ทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้ยืนยันว่า กองทัพพร้อมทำตามกรอบกฎหมาย ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง แต่จะเป็นเพียงผู้ประสาน เสนอแนะแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองให้กลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง





