วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอสั่งอายัดบัญชี 18 แกนนำกปปส.

ดีเอสไอสั่งอายัดบัญชี 18 แกนนำกปปส.พร้อมบัญชีรับบริจาค สั่งแช่แข็งห้ามเบิกถอนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพวกถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดหลายฐานความผิดอันเนื่องจากมาจากการชุมนุมในนามกปปส.นัดแรกว่า ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน 2 เรื่องคือ 1.การออกหมายเรียกแกนนำ 17 คนให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันเป็นกบฎ, กระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญ ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้า หรือเป็นผู้มีหน้าที่ สั่งการ และเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกไปแต่ไม่เลิก หลังก่อนหน้านี้กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)เคยขอศาลออกหมายจับแต่ศาลสั่งให้ออกหมายเรียกก่อนดังนั้นดีเอสไอจะดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งศาล โดยตนจะส่งหมายเรียกไปยัง 17 แกนนำในวันพรุ่งนี้ (19 ธ.ค.) เพื่อให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแบ่งเป็น 2 ชุด คือในวันที่ 26 และ 27 ธ.ค.นี้

นายธาริต กล่าวอีกว่า เรื่องที่ 2. ดีเอสไอจะออกคำสั่งอายัดบัญชีแกนนำรวม 18 คน คือ 17 คนที่ถูกออกหมายเรียกและนายสุเทพที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว โดยทั้งหมดจากการสอบสวนของตำรวจก่อนหน้านี้ถือว่าเข้าข่ายน่าเชื่อว่าร่วมกันกระทำความผิด ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดจึงขอให้อำนาจตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ออกคำสั่งแจ้งไปยังธนาคารทุกแห่งให้อายัดบัญชีแกนนำทั้ง 18 คน ในทุกบัญชี ทุกประเภท ทุกธนาคาร โดยให้แต่ละธนาคารจัดส่งสเตทเม้นท์ หรือหลักฐานการเดินบัญชี ย้อนหลัง 6 เดือนมาให้ดีเอสไอตรวจสอบทันที ซึ่งตนจะทำหนังสือแจ้งไปยังธนาคารทุกแห่งวันพรุ่งนี้(19 ธ.ค.) ทั้งนี้ นอกจากบัญชีดังกล่าวดีเอสไอจะสั่งอายัดบัญชีที่แกนนำกปปส.เปิดไว้เป็นบัญชีเพื่อรับบริจาคเงินสนับสนุนการชุมนุมอีก 2 บัญชี โดยทุกบัญชีจะถูกอายัดไว้จนกว่าการสอบสวนคดีจะแล้วเสร็จ เบื้องต้นจะยังไม่ตรวจสอบไปยังบัญชีบุคคลใกล้ชิด

"ดีเอสไอเชื่อว่าหลังการตรวจสอบบัญชีย้อนหลังแล้วจะทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของกระแสการเงินและจะทำให้ทราบว่ามีผู้ใดให้การสนับสนุนในลักษณะท่อน้ำเลี้ยงที่ให้เงินผ่านบัญชีแกนนำและบัญชีรับบริจาคกี่คน กี่ครั้งและเป็นจำนวนเท่าใดบ้าง จึงขอเตือนให้กลุ่มทุนหรือผู้สนับสนุนการชุมนุมที่ผิดกฎหมายหยุดการสนับสนุนหากยังฝ่าฝืนจะถือว่ามีเจตนาสนับสนุนหรือร่วมกระทำผิดกับบรรดาแกนนำอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้การชุมนุมเมื่อปี 2553 ดีเอสไอก็เคยอายัดบัญชีแกนนำไว้ตรวจสอบจำนวนกว่า 300 บัญชี แต่ครั้งนี้ดีเอสไอเลือกเฉพาะตรวจสอบบัญชีแกนนำ 18 คน ไม่ใช่การเหวี่ยงแหเหมือนเมื่อก่อน” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว

นายธาริต กล่าวต่อว่า ดีเอสไอจะเรียกออกหมายเรียกเจ้าของยานพาหนะ บริษัท ร้านค้า ที่ให้การสนับสนุนการชุมนุมมาสอบสวนด้วย เนื่องจากมีข้อมูลว่ามีเจ้าของยานพาหนะ บริษัท ร้านค้า ให้การสนับสนุนการชุมนุม โดยดีเอสไอจะต้องคัดกรองบุคคลเหล่านี้เพื่อพิสูจน์ว่าเข้าร่วมให้บริการเพราะรับจ้างหรือจงใจมาสนับสนุน ทั้งนี้ ดีเอสไอมีดีเอสไอมีข้อมูลรถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการส่งกำลังบำรุง และยานพาหนะที่มาร่วมชุมนุมจากภูมิภาคต่าง ๆ