"หมอนิรันดร์"นำคณะกรรมการสิทธิฯลงพื้นที่ทำเนียบฯ ถูกกลุ่มคปท.ปิดประตูทางเข้า-ออก ขึงธงชาติปิดล้อมทุกประตู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยังคงชุมนุมอยู่บริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะ พร้อมด้วยรถสูบส้วมและรถเก็บขยะของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้มาถึงหน้าประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล ที่ฝั่งคลองเปรมประชากร เพื่อขอเข้าไปตรวจดูความเรียบร้อยและเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ภายในทำเนียบรัฐบาล แต่ปรากฏว่าผู้ชุมนุมจำน วนหนึ่งไม่ยินยอมให้เข้า ซึ่งคณะของนพ.นิรันดร์ พยายามเจรจาขอเข้าไป กระทั่งเวลา 09.30 น. คณะดังกล่าวสามารถเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลได้ โดยนำข้าวกล่องและน้ำดื่มไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในทำเนียบรัฐบาลด้วย ขณะที่รถสูบส้วมและรถเก็บขยะเข้าไปปฏิบัติภารกิจทำความสะอาดได้ สำหรับกำลังเจ้าหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลขณะนี้ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร 4 กองร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจาก สภ.จันทบุรี และเพชรบูรณ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล 3 ที่ประจำการอยู่แล้ว ประมาณ 120 นาย
อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยมแล้ว ปรากฏว่าคณะดังกล่าวไม่สามารถเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล เพราะถูกกลุ่มคปท.ปิดประตูทางเข้า-ออก พร้อมกับตะโกนด่าทอแสดงความไม่พอใจว่าทำไมต้องไปดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจ เก็บขยะ สูบส้วมให้ทำไม ขณะที่คณะของนพ.นิรันดร์ พยายามเจรจาเพื่อขอเดินทางออก แต่ก็ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตามคณะดังกล่าวได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลทางประตู 5 ฝั่งถนนราชดำเนินนอก เมื่อเวลา 11.15 น. ส่วนรถสูบส้วมและรถเก็บขยะของกทม.สามารถเคลื่อนออกจากทำเนียบรัฐบาลไปได้เมื่อเวลา 13.00 น.
ขณะที่เมื่อเวลา 11.30 น. กลุ่มคปท.ได้นำธงชาติไทย ความยาว 1.4 กิโลเมตร ปิดล้อมรอบรั้วทำเนียบรัฐบาล ทั้งหมด 8 ประตู ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ แต่ถ้าตำรวจต้องการจะออกมาจากทำเนียบรัฐบาล หรือถอนกำลัง จะต้องส่งตัวแทนมาเจรจากับแกนนำกลุ่มฯ เพื่อขอออกในทางที่คปท.กำหนดเท่านั้น โดยไม่สามารถตัดธงชาติออกได้
ต่อมาเวลา 12.40 น. ที่เวทีกลุ่มคปท. ถนนพิษณุโลก หน้าทำเนียบรัฐบาล นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงานกลุ่ม คปท. ขึ้นปราศรัย ว่า กิจกรรมของ คปท.ในวันนี้คือการผูกธงชาติล้อมทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักชาติ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี เพราะตำรวจเคยตั้งแนวกำลังปิดล้อมไม่ให้มีการนำส่ง อาหารและยารักษาโรคให้กับผู้ชุมนุม แต่เมื่อคืนวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แอบนำเสบียงอาหารเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ขณะสับเปลี่ยนกำลังพล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตำรวจไม่มีความตรงไปตรงมา และไม่ประสานงานกับคปท. ดังนั้น วันนี้(13 ธ.ค.) เราจึงทำเช่นเดียวกันนี้ต่อทางตำรวจ อย่างไรก็ตาม แม้เราจะปิดล้อม แต่ก็ยังให้มีการนำอาหารและน้ำเข้าไปให้ตำรวจในทำเนียบรัฐบาล
นายอุทัย กล่าวต่อว่า ขอให้สื่อมวลชนทราบว่าประตู 1, 2, 3 และ 4 ของทำเนียบรัฐบาล เป็นความรับผิดชอบของ คปท. แต่เราไม่ได้มีการตัดน้ำประปาและไฟฟ้าของทำเนียบรัฐบาล ส่วนเป็นกลุ่มใดนั้น คปท.ไม่สามารถระบุได้ คปท.ขอยืนยันแนวทางของเราคือสันติ อหิงสา ไม่มีอาวุธ และไม่ใช้ความรุ่นแรง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำเราไปสู่ความสำเร็จเหมือนที่เราสามารถเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลได้แล้วในขณะนี้
ทั้งนี้ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า การเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลครั้งนี้เป็นการทำงานต่อเนื่องของคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ในการเฝ้าระวังความรุนแรง ไม่ให้เกิดความตึงเครียด และลดสถานการณ์เผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยตนได้ประสานงานกับแกนนำกลุ่มคปท.ไว้ก่อนแล้ว และยังได้ประสานกับสำนักงานโยธิการ กทม.ในการเข้าไปซ่อมแซมไฟฟ้า สูบส้วม และเก็บขยะมูลฝอยในทำเนียบรัฐบาลเช่นกัน นอกจากนี้กลุ่มคปท.ได้นำอาหารเข้าไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในทำเนียบรัฐบาลด้วย ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าวแล้ว ตนและคณะได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลในช่องทางปกติ ไม่ได้มีการปีนประตูรั้วตามที่มีข่าวออกมา





