วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ทุกพรรคทำสัญญาประชาคมปฏิรูปการเมือง

"สปป."ออกแถลงการณ์ ให้ทุกพรรคทำสัญญาประชาคมปฏิรูปการเมือง ชี้ รธน. ไม่เปิดโอกาสให้สถาปนาสภาประชาชนเอง อยากได้ต้องแก้กฎหมาย

นักวิชาการ 155 คน ได้ร่วมก่อตั้งสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) และออกแถลงการณ์ตอบโต้ กปปส. ที่ต้องการก่อตั้งสภาประชาชน โดยนายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ โดยระบุว่า กล่าวว่าหลักการของ สปป. คือการเคารพกติกาประชาธิปไตย โดยให้ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่การเลือกตั้ง และไม่มอบอำนาจให้คนกลาง

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า 1.การก่อตั้งสภาประชาชนถือว่า มาตราสาม ไม่ได้ให้อำนาจกับประชาชนโดยตรงในการสถาปนาสภาประชาชนขึ้นมาเอง ตามกฎหมายสภาประชาชนจะเกิดได้มีวิธีเดียวคือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หากใช้วิธีอื่นเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ในวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนองค์ประกอบที่ได้นำเสนอมานั้นมีส่วนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตย

2. ข้อเสนอที่ให้มีนายกฯคนกลางตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 7 เป็นการตีความรัฐธรรมนูญแบบประหลาดและขัดต่อรัฐธรรมนูญและหลักการการปกกครองในระบอบประชาธิปไตย และการเรียกร้องคณะรัฐมนตรีให้ยุติการรักษาการถือเป็นการระทำที่ฝ่าฝืนหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

3. สปป. ขอเรียกร้องให้ทำประชามติเพื่อนำประชามติให้นำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อร่วมสร้างกติกาของสังคมเพื่อให้อยู่อย่างสันติ เบื้องต้นขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตยและให้ทุกพรรคทำสัญญประชาคมว่าจะให้ปฏิรูปการเมืองโดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

"เกษียร"ระบุสภาประชาชนเงื่อนไขวิกฤตการเมือง นำสู่การนองเลือด

นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า สปป. ถือเป็นการรวมตัวของนักวิชาการ ปัญญาชน ศิลปิน นิสิตนักศึกษา และบุคคลทั่วไปในลักษณะเครือข่ายเพื่อรณรงค์ให้สัมคมได้รับฟังทางเลือกจากข้ออ้างที่ถูกทำให้เป็นความจริงที่ผลักดันให้สู่ระบบไม่เป็นประชาธิปไตย และเสี่ยงที่จะเป็นสงครามกลางเมือง โดย สปป. มีหลักการของการก่อตั้ง 4 ข้อคือ 1. ไม่เห็นด้วยกับการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการขัดแย้่งทางการเมือง 2 ไม่เห็นด้วยกับการแทรกแซงทางการเมืองของทหาร 3.เห็นด้วยกับการรักษาและขยายพื้นที่สิทธิเสรีภาพ และ 4.เห็นด้วยกับการรักษาและขยายพื้นที่ประชาธิปไตยของคนไทย

นายเกษียรกล่าวต่อว่า มองว่าข้อเสนอของการก่อตั้งสภาประชาชนหรือนายกฯพระราชทาน เป็นไปไม่ได้ในทางกฎหมาย และทางการเมืองเป็นเงื่อนไขของการที่จะนำไปสู่วิกฤตและทางตันทางการเมือง ทั้งนี้สิ่งที่อีกฝั่งต้องการนำเสนอและระบุว่าเเป็นแนวทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งอันตราย และสิ่งที่เขากระทำคือการปฏิเสธการเลือกตั้งถือเป็นหนทางที่ฝืนกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และจะเป็นหนทางที่นำไปสู่การนองเลือดได้ สปป. ต้องการทำเพื่อรักษาระบอบเอาไว้

"วรเจตน์" ยัน รธน. ไม่เปิดทางนายกฯคนนอก

ด้านนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณธะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยืนยันว่าการเกิดของ สปป. ต้องการรักษาระบบบบ้านเมืองให้เดินต่อไปได้ ส่วนข้อเสนอสภาประชาชนตาม ม. 3 และนายกฯคนนอก ตามม.7 เป็นข้อเสนอที่พ้นวิสัยในทางกฎหมาย ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลประกาสยุสภาแล้วหนทางต่อไปก็คือการเลือกตั้ง ไม่มีบทบัญญัติใดหลีกเลี่ยงได้ ส่วนที่ กปปส. ต้องการไม่ให้มีการเลือกตั้งและต้องการให้รักษาการคณะรัฐมนตรีลาออกเพื่อสร้างสุญญากาศทางการเมือง แต่ในทางกฎหมายไม่เคยมี เพราะหากนายกไม่รักษาการได้ก็จะมีรองลำดับถัดไปขึ้นมาแทน หากไม่ได้ก็ยังมีรัฐมนตรีคนอื่นและถึงแม้ว่า ครม. ทั้งหมดจะไม่มีอยู่ในทางกฎหมายก็ให้สิทธิข้าราชการสูงสุดในหน่วยงานรัฐทำหน้าที่แทน เพื่อรอให้มีการเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ไม่ได้เปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกตามที่เรียกร้อง

"ผมมองว่าข้อเรียกร้องไม่เป็นไปตามประชาธิปไตย ต้องการให้เกิดวามชะงักของระบบโดยไม่มีหลักวิชาการยอมรัย เขาพยายามผลักให้ไปสู่เหวของความหายนะ อย่างไรก็ตามการขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งงทำมได้สองวิธี 1 ใช้อำนาจทหารรัฐประหารและ 2 .ใช้กลไกด้านกฎหมาย การยุบสภา ถือเป็นการทำตามรัฐธรรมนูญที่เป็นหนทางสุดท้ายทางการเมืองแล้ว

"ปิยบุตร" ระบุข้อเรียกร้องมุ่งสู่ "ฟาสซิสท์"

นายปิยบุตร ระบุว่าข้อเรียกร้องที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ นั้นพยายามที่จะก่อการให้รัฐประหารแต่ยังทำไม่สำเร็จ เมื่อมีการศึกษาวิถีทางนี้จาก ต่างประเทศถือเป็นแนวทางที่จะเดินไปสู่เผด็จการระบบฟาสซิสท์ ไม่ได้เป็นหนทางที่นำไปสู่เสรีประชาธิปไตย ที่ กปปส. ทำเพราะเขาต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองจากระบอบหนึ่งไปอีกระบอบ แต่เขาพูดไม่ชัดว่าต้อวกรรระบอบอะไรกันแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้เข้าร่วม 155 คน มีอาทิ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นายเกษียร เตชะพีระ นายประจักษ์ ก้องกีรติ นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นายพนัส ทัศนียานนท์ นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ นายพรสันต์ เลี้่ยงบุญเลิศชัย นายประภาส ปิ่นตบแต่ง นายเอกชัย ไชยนุวัติ นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล น.ส.พวงทอง ภวัครพันธุ์ นายอรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ นายสุรชาติ บำรุงสุข นายปราบดา หยุ่น นายซะการียาห์ อมาตยาฯลฯ