วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตำรวจแถลงสรุปเหตุรุนแรงม.รามตาย5ราย

"จรัมพร"แถลงสรุปเหตุรุนแรงม.รามฯตาย5รายไม่มีสไนเปอร์

พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา( สบ10) ในฐานะหัวหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วย พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เผดิมชิต ผบก.น.4 แถลงสรุปผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานจากสถานการณ์ความรุนแรงหน้า ม.รามคำแหง เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 19.30 น. มีผู้ชุมนุมอีกกลุ่มมาปิดถนนที่ ซ.รามคำแหง 24 ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกับกลุ่มนปช.ที่เดินทางเข้ามาโดยไม่รู้ว่ามีการปิดถนน กระทั่งเวลา 20.45 น.เกิดเหตุยิงกันเป็นเหตุให้ นายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ ทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียด จึงได้ประสานชุดเคลื่อนที่เร็วทั้งของบก.น.4.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาระงับเหตุ ซึ่งขณะนั้นมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายจุด

จากนั้นเวลา 22.00 น. ตำรวจได้ระดมกำลังเตรียมเข้าพื้นที่ ปะทะเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ แต่โดนผู้ชุมนุมต่อต้าน สกัดกั้น จึงไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ และมีรถตำรวจ 191 พยายามเข้าพื้นที่ถูกทุบทำลายเสียหาย ในเวลาใกล้เคียงกันมีรถบัสโดยสารของกลุ่มนปช.ฝ่าเข้ามา หลังส่งผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่ ได้จอดไว้หน้า ม.รามฯ จนกระทั่งถูกเผาทำลายโดยที่ตัวรถมีร่องรอยการถูกยิงด้วย ทั้งนี้ ตำรวจพิจารณาแล้วว่าเหตุการณ์มีความรุนแรงเกิดขึ้นโดยรอบหากมีการนำผู้ชุมนุมออกมาจากพื้นที่ในขณะนั้นซึ่งเป็นเวลาดึกอาจจะมีอันตราย และมีความเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสีย จึงให้ผู้ชุมนุมอยู่ในพื้นที่จำกัดของตนเอง ขณะเดียวกันให้ชุดเคลื่อนที่เร็วระงับเหตุภายนอก และมีการตรึงกำลังไว้

ต่อมาเวลา 02.00 น.วันที่ 1 ธ.ค.พลทหารธนสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้ชุมนุมกลุ่มนปช.ได้เดินเท้ามาภายในซ.รามคำแหง 24 แยก 14 และถูกยิงเสียชีวิต ถัดมาเวลา 04.00 น.นายวิโรจน์ ผู้ชุมนุม นปช.ยืนอยู่นอกสนามราชมังคลากีฬาสถาน ด้านหน้ากกท.ถูกยิงเสียชีวิต ในช่วงเช้านายวิษณุ ซึ่งเป็นกลุ่มนปช.ซึ่งตำรวจได้ทยอยให้ออกประตู 3 เลี้ยวขวาออกแยกลำสาลี แต่นายวิษณุอยากดูเหตุการณ์ได้เดินไปหน้าประตู 1 จึงถูกยิงเสียชีวิต

กระทั่งช่วงเช้าเมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 1 ธ.ค. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร.ได้เรียกประชุม นำรถสายตรวจกว่า 30 คัน และรถประจำทางกว่า 10 คัน เพื่อเตรียมเข้าไปรับตัวนักศึกษา ม.รามฯ โดยได้มีการประสานงานกับอธิการบดีม.รามโดยตลอด ระหว่างนั้นตำรวจได้ทยอยนำตัวกลุ่มผู้ชุมนุมนปช.ที่อยู่ในสนามรัชมังคลากีฬาสถานออกทางประตู 3 และประตู 4

ขณะที่เวลา 10.00 น.พล.ต.อ.วรพงษ์ ได้เรียกระดมกำลังเพื่อเตรียมเข้าไปภายในม.รามฯ แต่ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำรถตู้มาขวางกั้น ตำรวจเกรงจะเกิดการปะทะจึงยังไม่ได้เข้าไป แต่ได้สั่งการให้ตำรวจนอกเครื่องแบบของ สน.หัวหมาก ปีนรั้วเข้าพื้นที่ม.รามฯ เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาม.รามฯ ที่ติดค้างอยู่ภายในออกมาได้โดยทุกคนอยู่ในสภาพอิดโรย ขาดน้ำ ขาดอาหาร จึงได้พาทั้งหมดไปรวมไว้ในจุดที่ปลอดภัย เพื่อรอรถเข้ามารับตัว นอกจากนี้ยังมีนักศึกษาอีกเป็นจำนวนมาก ที่ติดค้างอยู่ใน ม.รามฯ กระทั่งมีกำลังทหารเข้าสมทบกำลังตำรวจ และเข้าไปนำนักศึกษาทั้งหมดออกมาพักวัดพระราม 9

ขณะเดียวกันเวลา 15.30 น.วันที่ 1 ธ.ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้รถบัสซึ่งเป็นของกลุ่มนปช.ที่จอดอยู่บริเวณหน้ากกท. เป็นเหตุให้นายสุรเดช คำแปงใจ อายุ 19 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในรถคันดังกล่าว

พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวอีกว่า สำหรับผลการผ่าชันสูตรศพผู้เสียชีวิต 1.นายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว อายุ 21 ปี นักศึกษารามคำแหง ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .45 เข้าที่เหนือราวนมซ้าย กระสุนฝังใน เป็นการยิงจากซ้ายไปขวา วิถีกระสุนมาในแนวระนาบ เหตุเกิดริมรั้วด้านนอก ม.รามฯ ภายใน ซ.รามคำแหง 24 2.พลทหารธนสิทธิ์ เวียงคำ อายุ 23 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่ศีรษะ ทะลุ หมวกกันน็อก วิถีกระสุน ยิงมาในแนวระนาบ เสียชีวิตตรงข้ามประตู 8 3.นายวิโรจน์ เข็มนาค เป็นผู้ชุมนุมกลุ่มนปช. ถูกยิงที่หน้าอก กระสุนเข้าที่บริเวณด้านหน้า วิถีมุมกดเล็กน้อย เหตุเกิดด้านหน้าสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน โซนเอ ขณะที่ผู้ตายออกมายืนปัสสาวะ 4.นายวิษณุ เภาภู่ เป็นผู้ชุมนุมกลุ่มนปช.ถูกยิงในช่วงเช้า บริเวณหน้าเชิงสะพานลอยคนข้าม หน้าม.รามฯ ถูกยิงเข้าที่ หน้าอก วิถีกระสุน แนวราบ และ5.นายสุรเดช คำแปงใจ อายุ 19 ปี ซึ่งถูกพบเหลือเพียงโครงกระดูกบนรถบัส ของกลุ่ม นปช. ที่ถูกเพลิงไหม้ขณะจอดไว้บริเวณหน้าม.รามคำแหง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ผลการตรวจพิสูจน์ ดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิต ตรงกับ นางนฤมล คำพยัคฆ์ ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าแจ้งความว่า โครงกระดูกดังกล่าว เป็นของนายสุบุตรชายของตัวเอง ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ตายเป็นเยาวชนย่านเอกมัย ในวันเกิดเหตุ มาซื้อยาแก้ไอและยาแก้ปวดที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งไม่ใช่ผู้ชุมนุมของกลุ่มใดและไม่ไดัศึกษาที่ม.รามคำแหง แต่เมื่อถึงพื้นที่ชุมนุม ได้แสดงตัว ว่า อยากเข้าร่วมเป็นการ์ดอาสา ของกลุ่มผู้ชุมนุม และได้รับผ้าพันคอสัญลักษณ์ของ ผู้ชุมนุม จากนั้นก็ได้ขึ้นไป บนรถทัวร์ ที่ชั้น 2 ระหว่างนั้นได้เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งเพื่อนได้ตะโกนเรียกให้ออกมาจากรถ แต่ไม่ทันการณ์ทำให้นายสุรเดช สำลักควัน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวด้วยว่า จากผลการชันสูตรศพยืนยันว่าเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นไม่มีพลซุ่มยิงหรือสไนเปอร์แต่อย่างใด เพราะจากการตรวจวิถีกระสุนพบว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกยิงในแนวระนาบ และเสียชีวิตจากอาวุธปืนสั้นทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุได้มีการลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานพบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ 34 ปลอก จากอาวุธปืน 7 ชนิด อาทิ 9 มม. .22 .25 .38 .32 .45 .380 ยังพบหัวกระสุน 12 หัว และลูกกระสุน ขณะเดียวกันได้มีการยึดอาวุธปืนขนาด .22 จากทั้ง 2 กลุ่ม ซึ่งทั้งหมดจะนำไปขยายผลหาความเชื่อมโยงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ตำรวจจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในข้อหาร่วมกันวางเพลิง ฆ่าคนตาย และทำให้เสียทรัพย์ เหตุการณ์ทั้งหมดมีความสัมพันธ์กันเชื่อมโยงกันทั้งหมด เพื่อให้เกิดความรุนแรง