"สุเทพ"ประกาศขอทุบหม้อข้าวสู้รัฐบาลครั้งสุดท้าย ดีเดย์ 9 ธ.ค. สั่งเข้ายึดทำเนียบ09.39น. ระบุมวลชนน้อยพร้อมเข้าคุก รับข้อหากบฏ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกับกลุ่มมวลชนที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ว่า ในเมื่อวานทมี่ผ่านมาภาพและเสียงที่เราได้เปล่งเสียงถวายพระพรชัยมงคลนั้น ยังประทับอยู่ในใจ และเป็นมงคลอยู่ในใจของเราอยู่เรื่อยไป ที่สำคัญเป็นพิเศษคือเมื่อคืนมวลมหาประชาชนได้พร้อมใจถวายสัตย์ปฏิญาณว่าเราจะประพฤติตนเป็นพลเมืองที่ดี และสร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อชาติ และยึดมั่นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข คำปฏิญาณนี้ พวกเราจะได้ยึดมั่นและปฏิบัติในวัน - 2 วันนี้ จะได้เห็นผลกันว่า สิ่งทีเราปฏิญาณนี้จะได้สำเร็จหรือไม่อย่างไร ความที่เราเป็นประชาชน ทำให้เราเสียเปรียบในการโฆษณาประชาสัมพันธ์กับคนทั้งประเทศ ฝ่ายรัฐบาลได้เปรียบเพราะมีสื่อแขนงต่างๆ ที่จะเอาข้อมูลข่าวสารที่จงใจบิดเบือนเผยแพร่ไปถึงประชาชน จนทำให้คนจำนวนมากเข้าใจสับสน ตนคิดว่าวันนี้น่าจะวันที่เราได้พูดจาชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง มีคนถามว่าสิ่งที่เราสู้กันอยู่เป็นผลสำเร็จ แล้วเราจะทำอย่างไรกับประเทศไทย ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ และ ครม. ออกมาหยามหยันว่าสิ่งที่เราทำไม่มีกฎหมายรองรับ ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ พวกเราเป็นพวกเพ้อเจ้อไปเอง ในระบอบประชาธิปไตยนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ระบุชัดอำนาจสูงสุดในการปกครองเป็นของประชาชน แม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก็ระบุในมาตรา3 แต่ประเทศเราพระมหากษัตริย์กับคนไทยผูกพันกัน และได้ถวายอำนาจอธิปไตยให้พระองค์ทรงใช้ ใช้ผ่านรัฐบาลในส่วนอำนาจบริหาร ใช้ผ่านสภาในส่วนอำนาจนิติบัญญัติ ใช้ผ่านศาลในส่วนที่เป็นอำนาจตุลาการ โดยทั้งหมดเป็นความยินยอมพร้อมใจกันของประชาชน กระบวนที่เห็นกันอยู่คือผ่านกระบวนการเลือกตั้ง โดยที่สภาและรัฐบาลได้เป็นตัวแทนประชาชนในการทำหน้าที่ต่างกันไป
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือสภาและรัฐบาล ไปใช้อำนาจในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ตามที่ประชาชนได้มอบอำนาจไปนั้น ถ้าเป็นสภาหรือรัฐบาลที่ดีก็จะไปปฏิบัติหน้าที่โดยซื่อสัตย์สุจริต และยึดหลักนิติธรรม คือหลักของกฎหมาย ที่สำคัญมากคือต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ต้องทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งรัฐบาลและสภา ต้องเอาอำนาจที่ประชาชนมอบให้ใช้ตามกฎเกณฑ์ตามกติกาที่เขากำหนดให้ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ สภาของสมศักดิ์ (เกียรติสุรนันท์ ปธ.สภา) ทำอย่างไรกับประชาชน ไม่ได้ใช้อำนาจเหล่านั้นตามกฎเกณฑ์ตามกติกาที่วางไว้ ไม่ได้ใช้อำนาจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คนพวกนี้เหลิงอำนาจ ไปตรากฎหมาย ไปแก้ไขรัฐธรรมนูย โดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมายและนิติธรรม ที่เค้าปฏิบัติกันตามหลักสากลในโลก แต่เอาไปใช้เพื่อประโยชน์ตัวเอง เพื่อพวกพ้อง แก้รัฐธรรมนูญก็เพื่อตัวเอง ไว้รองรับพี่ชายตัวเองให้กลับมาเสวยอำนาจและเป็นใหญ่คนเดียวในประเทศ และวิธีการทำก็อัปยศ ใช้เล่ห์อุบาย ไม่ละอายฟ้าดิน ทำทุกอย่างผิดทั้งนั้น นับตั้งแต่ปลอมแปลงเอกสารร่างรัฐธรรมนูญ เสนอไปฉบับหนึ่ง แต่กลับมาอีกฉบับหนึ่ง ในสภาใช้เหตุผลกัน โต้เถียงด้วยเหตุผลกัน แต่กลับไม่ทำอย่างนั้น อาศัยพวกมากลากไปอย่างเดียว ไม่ให้เสียงข้างน้อยได้พูดเลย เวลาลงคะแนนเสียงก็ยังมีการแอบลงคะแนนแทนคนอื่น ซึ่งคือการโกงคะแนนในสภา
นายสุเทพ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนที่เป็นกฎหมายก็บังอาจสมคบกันไปเขียนกฎหมายล้างผิด ล้างผิดพี่ชายที่ศาลพิพากษา ต้องจำคุกและยึดทรัพย์ ก็คิดที่จะล้างผิดให้ ล้างผิดให้คนที่ศาลพิพากษาแล้ว ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกทำอย่างนี้ และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าทุกอย่างที่กระทำมา กระบวนการที่ทำมา ทุกอย่างผิดหมด แต่ก็ยังดาหน้าออกมาปฏิเสธไม่ยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำตัวเป็นขบฏต่อรัฐธรรมนูญ สภาจึงหมดสภาพทางกฎหมาย เพราะได้ทำตัวนอกเหนือรัฐธรรมนูญ และเป็นกบฏอย่างชัดแจ้ง สรุปง่ายๆ คือวันนี้ไม่มีรัฐสภาเหลืออยู่แล้วในประเทศไทย หันไปดูฝ่ายรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่รัฐบาลที่แท้จริง เป็นเพียงรัฐบาลหุ่นเชิด อ้างว่าชั้นมาจากการเลือกตั้งประชาชนให้อำนาจมา แต่ที่รู้อยู่แก่ใจคือโกงเลือกตั้งมา ซื้อเสียงมา แต่ที่แย่กว่านั้นอ้างประชาชนมาเป็นรัฐบาล แต่เมื่อเป็นรัฐบาลทั้งตัวนายกฯ และ ครม.กลับยอมก้มให้คนอื่นบงการรัฐบาล ชี้เป็นชี้ตายรัฐบาล ยอมตนอยู่ภายใต้อำนาจของคนภายนอก ซึ่งไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น รัฐสภาและรัฐบาลชุดนี้จึงหมดสภาพ กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 บอกไว้ชัดว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ดังนั้น เมื่อไม่มีสภา ไม่มีรัฐบาล จะทำอย่างไร รัฐธรรมนูญจึงมีบทบัญญัติ ในมาตรา 7 ไว้ว่า กรณีไม่มีบทบัญญัติไว้ ประเพณีจึงระบุว่า ประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจเลือกบุคคลมาทำหน้าที่ทั้งนิติบัญญัติ และบริหาร โดยที่มีสิทธิโดยชอบ ธรรมในการดำเนินกติกาให้สอดคล้องกับหลักการปกครองประชาธิปไตย วันนี้เรามวลมหาประชาชน เจ้าของอำนาจที่แท้จริงเพราะคนที่เรามอบอำนาจไปทำผิดเสียแล้ว เราต้องการอำนาจของเราคืน แต่มันไม่ให้มันหน้าด้าน ไม่ยอมคืน เราจึงต้องมาชุมนุม
เมื่อวันที่เราตัดสินใจลุกขึ้นยืนต่อสู้เราประกาศชัดเจนว่าเราเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ เมื่อวานได้ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว เราจึงเลือกวิธีการต่อสู้ของเรา โดยวิธีการที่สันติ สงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ใช้ความรุนแรง ตลอดเวลาที่เคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กันมา เราแน่วแน่มาตลอด แต่นี่ไม่ใช่การปฏิวัติของประชาชน แต่เป็นการที่เราลุกขึ้นทวงอำนาจจากไอ้ 500 ทั้งหลาย จะเอาผิดอย่างไรยอมทั้งนั้น แต่ขอให้เสร็จเรื่องนี้ก่อน แต่ฝ่ายรัฐบาลก็เริ่มใช้ความรุนแรงกับพวกเรา ทั้งฆ่า ทำร้าย น.ศ.มหาวิทยาลัยรามคำแหง
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ขอบอกว่าการต่อสู้ครั้งนี้ ต้องกำหนดวันจบได้แล้ว และตนได้กำหนดแล้ว วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม เรื่องนี้ต้องจบได้แล้ว ไม่มีประโยชน์ที่เราจะสู้กันต่อไป ทุกคนมีภาระหน้าที่ต้องทำมาหากิน รัฐบาลก็รู้ จะต่อรองต่างๆ นานา มันตั้งใจจะซื้อเวลา ไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน มีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมากที่อยากเห็นบ้านเมืองสงบ จะเป็นขี้ข้าเขาทั้งชาติไม่เป็นไร มีพี่น้องบางส่วนที่ไม่อยากตากแดด เลยรอเชียร์อยู่หน้าจอที่บ้าน แล้วจะให้แนวหน้าผู้รักชาติรักแผ่นดินมาตราตรำกันทั้งปีทั้งชาติ ถึงบอกว่าไม่ต้องยืดเยื้อ ไม่ต้องยาวนานกว่านี้ เอามันให้จบไปเลยดีกว่า
" วันจันทร์ที่ 9 ธ.ค. เรื่องนี้จะต้องจบครับ ไม่มีประโยชน์ที่เราจะต่อสู้ปี 2557 - 58 เพราะพี่น้องของเราจะต้องทำมาหากิน ซึ่งรัฐบาลมันก็รู้ มันถึงพยายามที่จะซื้อเวลาด้วยการดึงเราไปพูด ดึงเราไปเจรจา เรื่องนี้เรารู้ทัน ในขณะเดียวดันมีพี่น้องที่อยู่ทางบ้านไม่อยากจะเห็นความรุนแรง อยากเห็นบ้านเมืองสงบ จะเป็นขี้ข้าเขาได้ไม่เป็นไร นอกจากนี้ยังมีพี่น้องอีกบางส่วนเอาใจช่วยแต่ว่าไม่อยากถูกแดด ไม่อยากตากฝน ไม่สามารถทนเหนื่อยได้นั่งเชียร์อยู่หน้าจอที่บ้านแล้วให้แนวหน้าผู้รักแผ่นดินสู้อยู่ทั้งปีทั้งชาติมันคงจะไม่ได้ ดังนั้นผมขอบอกว่าไม่ต้องยืดเยื้อ ไม่ต้องยาวกว่านี้ เอากันให้จบไปเลยดีกว่า ประกาศกันไปเลยคืนนี้จะเป็นจะตาย จะแพ้จะชนะให้มันรู้กันไปเลยวันจันทร์ที่ 9 ธ.ค.นี้ พวกผมได้ตัดสินใจแล้วครับพี่น้อง บรรดาคณะกรรมการกปปส.ทุกคน แกนนำทุกคนทุกเครือข่ายได้ตัดสินใจ และปรึกษากันเรียบร้อย และได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ผมประกาศวันจันทรที่ 9 ธ.ค.นี้ จะต้องทำให้การต่อสู้ครั้งนี้จบลงให้ได้ " นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ ยังกล่าวต่อว่า ในการที่จบเรื่องนี้จะจบอย่างไร อย่างที่ตนได้เคยบอกแล้วว่าการต่อสู้ของคนดี ที่ใช้หลักสันติ ไม่ใช้อาวุธจะชนะได้จำนวนคนที่ออกมาจะต้องมากมายมหาศาลจนทำให้มันต้องยอมแพ้ไปเท่านั้น เพราะฉะนั้นทุกคนในประเทศไทยจะต้องตัดสินใจเลือกข้าง เกิดมาจนป่านโตมาจนป่านนี้จะต้องสินใจให้ได้ว่าจะเลือกอยู่ข้างไหนต้องตัดสินใจแล้ว ถ้าจะตัดสินใจว่าจะเป็นเสรีชน ถ้าตัดสินใจว่าจะปกป้องประเทศชาติรักษาบ้านเมือง ถ้าตัดสินใจที่จะต้องรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัติรย์ต้องออกมา แต่ถ้าทำใจได้ว่าชาตินี้จะยอมตัวเป็นขี้ข้าทักษิณต่อไปทั้งชาติก็จงนอนเสพสุขอยู่ที่บ้านไม่ต้องมา ไม่เสียใจกัน ไม่โกรธเคืองกัน ไม่ต้องฆ่ากัน ถ้าพวกคุณยอมออกมาเพราะคุณเลือกข้างถูกเลือกข้างประเทศไทย เลือกข้างประชาชนส่วนใหญ่ เลือกอานคตของลูกหลาน เราจะชนะโดยไม่มีคนเจ็บไม่มีคนตาย และจะชนะตลอดไป
แต่ถ้าทำใจได้ว่าชาตินี้จะยอมเป็นขี้ข้าทักษิณตลอดทั้งชาติ ก็เชิญเสพสุขอยู่ที่บ้าน ข้าราชการทั้งหลายถ้าหากเลือกข้างประชาชน ขอให้วันจันทร์ที่ 9 ธ.ค.นี้ข้าราชการทุกคนช่วยกันหยุดงาน วันจันทร์ ที่ 9 ธ.ค. เวลา 09.39 น. เราจะมาลุกขึ้นมาทวงอำนาจของเราคืนมา ส่วนพี่น้องประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดนั้นของรวมตัวกันแล้วตั้งขบวนและเคลื่อนขบวนไปชุมนุมกันศาลากลางจังหวัด โดยไม่ต้องเข้าบุกยื่นขอให้ปักหลักอยู่ที่ด้านทางเข้าไม่ให้เข้าไป ส่วนคนกรุงเทพในช่วงวันหยุดที่เป็นวันหยุดยาวก็ขอให้ไปเที่ยวกัน และให้เดินทางกลับมากรุงเทพในตอนเย็นๆวันที่ 8 ธ.ค. และในเช้าวันที่ 9 ธ.ค. ก็ขอให้ออกมารวมตัวกันเดินบนท้องถนนทุกสาย และในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ขอข้าราชการทั้งหลายถ้าเห็นแก่อนาคตประเทศไทย ถ้าเห็นแก่อนาคตของลูกหลานเรา หยุดทำงาน ไม่ต้องไปทำงาน แล้วเข้ามาร่วมกับประชาชน เนื่องจากตนได้ข่าวมาว่าในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ รัฐบาลเขาบังคับให้ข้าราชทุกคนแต่งชุดสีกากีมาทำงาน แล้วจะมีเกณฑ์เด็กนักเรียนให้มาขอร้องพวกเราให้หยุดการชุมนุม เพื่อขอให้บ้านเมืองสงบ ดังนั้นตนจึงขอประกาศเลยว่าในวันที่ 9 เอาให้มันเห็นดำเห็นแดงกันไปเลย แพ้เป็นชนะเป็นชนะ ตัดสินกันในวันนี้
"ถ้าพี่น้องไม่ออกมา ผมและคณะกรรมการ ผมขอประกาศนี่คือการเป่านกหวีดครั้งสุดท้าย พี่น้องทั้งหลาย ประชาชนไม่ออกมา ผมจะเดินหน้าไปมอบตัว และจะไม่สู้กับพวกมันแล้ว วัดกันไปเลยในวันนี้ ผมกับพวกน้องๆทั้ง 9 คน จะต้องเข้าคุกยอมรับข้อหากบฎ งานนี้เราชนะเขาได้ก็เป็นไท แต่ถ้าหากแพ้เขาครั้งนี้ก็เป็นขี้ข้าเขาไปตลอดชาติและไม่ต้องมาร้องไห้ เพราะผมและน้องๆทั้งหมดไม่อยากจะเอาชีวิตพี่น้องประชาชนไปเสี่ยงที่จะต้องไม่ต้องการให้พี่น้องของเราจะต้องมาทุกยากไปกว่า ไม่ต้องการให้บาดเจ็บ ล้มตายอีกต่อไป ดังนั้นผมขอประกาศเลยว่าวันจันทรที่ที่ 9 ธ.ค. เวลา 09.39 น. ขอให้เราลุกฮือกันขึ้นทั้งประเทศ เรามาชุมนุมกันอยู่ที่นี่จนถึงคืนวันอาทิตย์ เก็บข้าวทุบหม้อข้าวเลย ตื่นเช้าวันจันทร์เดินทางไกลครั้งสุดท้าย ผมจะเดินนำหน้าไปทำเนียบรัฐบาล และไม่กลับมาที่นี่อีก ไปตัดสินผลแพ้ชนะที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ไม่เข้าไปทำเนียบเพราะให้เกียรติทหาร แต่เราก็จะดูใจทหารในเช้าวันที่ 9 ธันวาคมเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอซักซ้อมเลย พี่น้องที่อยู่ราชดำเนินตื่นเช้าไปก่อน ไม่ต้องรอกัน คนที่มาจากต่างจังหวัดก็ให้มาค้างคืน แล้วรุ่งขึ้นเช้าเดินไปด้วยกัน ในการเดินขบวนทางไกล คนหนุ่มสาวแข็งแรงดีเดินไป คนที่ไม่มีแรงก็มีรถจัดไปให้ แต่มุ่งหน้าไปที่เดียวกัน และวันนั้นใครอย่าคิดใช้ถนนวันนั้นจะเต็มหมดทุกถนน อย่าได้คิดได้ใช้ถนน วันเดียวขอวันเดียวพิสูจน์อนาคตของประเทศไทยเลย ว่าคนไทยจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน หรือจะเป็นขี้ข้าให้มันรู้กันไป " นายสุเทพ กล่าว





