ศาลอุทธรณ์ยืนปรับ2พันล้าน"บ.อเมริกัน สแตนดาร์ด แอ๊พเพรซิลวา-ผู้บริหาร"ร่วม"เกริกเกียรติ"ร่วมทุจริตสินเชื่อปี 39 ให้ชดใช้เงินคืนอีก1.5พันล.
ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ 10765/2542 ที่พนักงานอัยการฝ่ายเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ พาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือ บีบีซี ,นายเอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บีบีซี , นายวันชัย ธรรมธิติวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารเงิน และวานิชธนกิจ บีบีซี , บริษัทอเมริกัน สแตนดาร์ด แอ๊พเพรซิลวา จำกัด และนายไพโรจน์ ซึ่งศิลป์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อเมริกันฯ เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิด ฐานยักยอกทรัพย์และ ความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535
คดีนี้โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.37 - 4 มี.ค.39 จำเลยร่วมกับนายราเกซ สักเสนา ที่ปรึกษาของจำเลยที่ 1ด้านการให้สินเชื่อ ร่วมกับพวกทุจริต โดยจำเลยที่ 1 ร่วมกับ นายราเกซ อนุมัติสินเชื่อจำนวน 1,000ล้านบาท ให้แก่ บริษัท ฟอร์ ฟิฟ ออเรจน์ จำกัด ซึ่งมีทุนจดทะเบียนเพียง 10,000 บาท โดยเอาโฉนดที่ดินจังหวัดสระแก้ว ที่มีเสาไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านใช้ทำประโยชน์อะไรไม่ได้ จำนวน 19 แปลง เนื้องที่ 462 ไร่ โดยจำเลยที่4 - 5 ประเมินราคาที่ดินสูงถึง 832 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินทั่วไปถึง 10 เท่า โดยการประเมินมีเจตนาที่จะให้บริษัทใช้เป็นหลักทรัพย์ในการขอสินเชื่อ ทำให้ บีบีซี ได้รับความเสียหาย ซึ่งการจำเลยที่ 1 อนุมัติปล่อยสินเชื่อดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.) ที่มีคำสั่งให้รายงานการปล่อยสินเชื่อให้ธปท.ทราบ ซึ่งไม่ให้อนุมัติสินเชื่อให้ให้แก่บริษัทที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่มีผลประกอบรายได้ติดต่อกันเกิน 3 ปี ซึ่งกรณีที่อนุมัติสินเชื่อเกิน 30 ล้านบาท ต้องให้มีการผ่านมติกรรมการของ บีบีซีก่อน แต่จำเลยที่ 1 กลับฝ่าฝืนทั้งที่ทราบคำสั่ง ธปท.แล้ว ซึ่งจำเลยที่ 1 อนุมัติสินเชื่อโดยใช้บัตรผ่านรายการอนุมัติสินเชื่อหมายเลข 0109 เจ ปล่อยเงินกู้ไป ทำให้ธนาคารเสียหายรวม 1,567,274,175 บาท
ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 มี.ค.52 ให้จำคุก นายเกริกเกียรติ จำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ ฯ มาตรา 313 ที่เป็นบทหนักสุด 13 กระทงๆ ละ10 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 130 ปี และปรับ 3,134,548,351.74 บาท แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงตาม ม.91 แล้ว ให้จำคุก จำเลยที่ 1 ไว้เป็นเวลา 20 ปี
ส่วน บริษัท อเมริกัน สแตนดาร์ด ฯ จำเลยที่ 4 ให้ปรับ 2,000 ล้านบาท และนายไพโรจน์ กก.ผจก.บริษัท อเมริกันสแตนดาร์ด ฯ จำเลยที่ 5 ให้จำคุก 10 ปี และปรับ 2,000 ล้านบาทเช่นกัน โดยให้จำเลยทั้งสาม ร่วมกันชดใช้เงินคืนแก่ บีบีซี รวม 1,567,274,175 บาทด้วย
สำหรับนายเอกชัย อดีตผช.กก.ผจก.ใหญ่ บีบีซี จำเลยที่ 2 และ นายวันชัย อดีต ผอ.สำนักบริหารเงิน และวานิชกิจธนกิจ บีบีซี จำเลยที่ 3 นั้นศาล พิพากษายกฟ้อง เพราะบัตรรายการอนุมัติไม่ได้อยู่ในครอบครองของจำเลยทั้งสองขณะเกิดเหตุ อีกทั้งโจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองได้รับประโยชน์ใดจากการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าว ต่อมาโจทก์ และจำเลยที่ 1,4 และ 5 ยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่สำหรับนายเกริกเกียรติ จำเลยที่ 1 นั้นเสียชีวิตระหว่างอุทธรณ์ ศาลจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ





