มท.1 เชื่อม็อบคลี่คลาย วอนหยุดคิดเพราะใกล้ 5 ธ.ค. จี้ผวจ.เป็นศูนย์กลางสั่งขรก.ทำงานช่วยน้ำท่วมภาคใต้
ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงสถานการณ์การชุมนุมการกลุ่มโค่นระบอบทักษิณ ว่า เชื่อว่าสถานการณ์การชุมนุมจะคลี่คลายลงเนื่องจากใกล้เข้าสู่วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธ.ค.นี้แล้ว ประชาชนที่ร่วมชุมนุมคงได้หยุดคิด ส่วนกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้เปลี่ยนตัวผู้กำกับดูแลจากพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศนั้น ตนคิดว่าสาเหตุการเปลี่ยนตัวครั้งนี้ เนื่องจากนายสุรพงษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และเป็นรมว.ต่างประเทศที่จะทำให้สามารถช่วยชี้แจงเหตุการณ์และข้อเท็จจริงต่อนานาชาติได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงการดูแลจังหวัดต่าง ๆ หลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มโค่นระบอบทักษิณ สั่งกระจายทุกจุดเพื่อระดมมวลชนมาร่วมชุมนุมนั้น นายจารุพงศ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ประชุม ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ผ่านระบบวีดีโอ คอนเฟอเรนซ์ เพื่อเช็คยอดว่าจังหวัดใดทำงานบ้าง ซึ่งพบว่ายังคงมีการทำงานอยู่ทุกจังหวัด และจากการประชุมตนได้นำคำที่นายกรัฐมนตรีประกาศ ไปชี้แจงต่อประชาชนว่านายกรัฐมนตรีขอให้ข้าราชการปฏิบัติงานบริการประชาชน เพราะคนที่สั่งให้ข้าราชการหยุดงานขณะนี้เขาไม่ได้เป็นบุคคลที่มีฐานอำนาจในการสั่งการได้ การที่ใครจะมาสั่งให้ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่นั้นจะต้องมีฐานตำแหน่งและมีอำนาจ จะมาใช้อำนาจเด็กวัดหรือมามั่วไม่ได้ แต่ขณะนี้คนที่ออกมาสั่งถือเป็นบุคคลที่ใช้อำนาจเถื่อนไม่ได้อยู่ในกรอบของกฎเกณฑ์และกติกา จึงเชื่อว่าข้าราชการทุกคน มีวิจารณญาณ วินัยและวัฒนธรรม
นายจารุพงศ์ กล่าวอีกว่า นายกฯยังได้ย้ำให้ผูัว่าราชการเป็นศูนย์กลางของจังหวัด ประชาชนที่มีความคิดเห็นต่างกันขอให้ดูแลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พยายามอย่าให้มีการปะทะหรือใช้ความรุนแรง ซึ่งทางผู้ว่าฯจำเป็นต้องดูแลให้ดีที่สุด อีกทั้งในวันที่ 5 ธ.ค.จะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ตนจึงให้ผูัว่าฯทุกจังหวัดไปขอร้องประชาชนทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเพื่อหยุดการกระทำ ทั้งนี้ ก็เพื่อความสงบสุขและเพื่อให้ประชาชนทุกคนร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลอง นอกจากนี้ นายกฯยังเป็นห่วงประชาชนใน14จังหวัดภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วมจึงให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัดดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงอย่าหยุดให้ความช่วยเหลือ จากนั้นทางผูัว่าราชการจังหวัดจะนำข้อสรุปของเรื่องดังกล่าวไปประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระดับส่วน อำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน
เมื่อถามว่ากรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศยึดสถานที่สำคัญโดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีการประเมินสถานการณ์อย่างไร นายจารุพงศ์ กล่าวว่า มีความเป็นห่วง แต่การจะบุกยึดหรือไม่บุกยึดไม่ใช่เป็นฝ่ายรัฐบาล แต่เป็นเรื่องที่นายสุเทพกำหนดขึ้น แต่นายกรัฐมนตรีก็ได้ย้ำว่าจะต้องดูแลป้องกันสถานที่ราชการให้ดี ให้ใช้แนวทางการเจรจาเป็นหลัก ห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธ ทั้งนี้หลักในการควบคุมฝูงชนตามมาตรฐานสากล มีขั้นตอนอยู่แล้วโดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนที่กำหนดไว้
ต่อข้อถามที่ว่า การชุมนุมที่มีการยกระดับและมีความรุนแรงรัฐบาลจะต้องมีการประเมินและยกระดับการประกาศใช้กฎหมาย เช่น พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า จะต้องมีการพูดคุยกัน แต่ขณะนี้ยังเชื่อมั่นว่ายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตาม คนที่ออกมาชุมนุมในขณะนี้ถือว่าเป็นคนส่วนหนึ่งเท่านั้นแต่เราก็พรัอมรับฟัง ทั้งนี้เราต้องมองว่าคนไทยมีทั้งหมด 65 ล้านคน ต้องดูสัดส่วนประชาชนที่ออกมาชุมนุมว่ามีเท่าไร ตรงนี้ไม่ใช่เป็นการเรียกแขก แต่ทั้งหมดจำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยเหตุและผล
เมื่อถามว่า การยกระดับเป็นพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะต้องประเมินไปถึงขั้นใด นายจารุพงศ์ กล่าวว่า อาจจะมีอยู่ในเรื่องของขั้นตอนการประเมิน แต่จะต้องให้ทางฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ประเมิน
เมื่อถามย้ำว่า จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนำพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาใช้ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ทั้งหมดจะยกระดับได้จะต้องมีการข่าวซึ่งมาจากหลายทางทั้งกอ.รมน. สมช.กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะต้องมาประเมินข้อมูลทุกด้านร่วมกันจึงจะสามารถนำมาพิจารณาได้ เพราะฉะนั้น จะมาถามถึงการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นรายบุคคลคงไม่ได้ ต้องมีการประชุมร่วมกันก่อน


