ศาลอาญาออกหมายจับ"4แกนนำคปท."3ข้อหามั่วสุมตั้งแต่10คน บุกกระทรวงต่างประเทศแต่ยังไปชุมนุมที่หน้ากองทัพบกและทำเนียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลนัดไต่สวนคำร้องเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง กรณีพ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญพิเศษ สน.พญาไท ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติออกหมายจับนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.),นายอุทัย ยอดมณี , นายรัชตชยุต หรืออมร ศรีโยธินศักดิ์ และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำคปท. ในข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นหรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดฐานบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืนฯ ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 215 , 358 และ 365 กรณีที่นายนิติธร กับพวกพามวลชนเข้าไปในกระทรวงการต่างประเทศวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา
โดยวันนี้ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ ได้เตรียมพยานไว้ไต่สวน 7 ปากและจะขอเปิดคลิปวีดิโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่าพยานเอกสารที่ส่งให้ศาลนั้นเพียงพอสามารถที่จะพิจารณาได้แล้ว โดยไม่จำต้องเปิดคลิปวีดิโอ และให้พ.ต.ท.เทพพิทักษ์เบิกความเพียงปากเดียว ซึ่งระบุว่า นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาคปท. ได้นำประชาชนบุกรุกกระทรวงการต่างประเทศ แม้จะได้นำประชาชนออกมาแล้ว แต่ก็ยังไปชุมนุมที่หน้ากองทัพบกและทำเนียบรัฐบาล เห็นว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แม้ที่ผ่านมาจะตำรวจจะสามารถประสานงานกับ 4 แกนนำ คปท.ได้แต่ก็เป็นการติดต่อประสานงานขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ที่แยกอุรุพงษ์ แต่ภายหลังจากที่เคลื่อนย้ายมาชุมนุมยังเวทีราชดำเนินก็ไม่ได้มีการติดต่อประสานงานกันแล้ว
ขณะที่ศาลก็ได้สอบถาม น.ส.พวงทิพย์ บุญสนองทนายความของผู้ต้องหาที่ยื่นคัดค้านการออกหมายจับ ถึงพฤติการณ์จนเสร็จสิ้นแล้ว จึงนัดฟังคำสั่งในวันนี้
ต่อมาเมื่อเวลา 17.10 น. ศาลได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับ นายนิติธร ล้ำเหลือ,นายอุทัย ยอดมณี , นายรัชตชยุต หรือ อมร ศรีโยธินศักดิ์ และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ในข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นหรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดฐานบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืนฯ ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 215 , 358 และ 365 ประกอบมาตรา 362 เนื่องจากปรากฏพฤติการณ์ว่าผู้ต้องหากับพวกได้บุกเข้าไปยังกระทรวงการต่างประเทศจริงและทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งการกระทำนั้นเป็นความผิดทางอาญา ที่มีอัตราโทษตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป จึงอนุญาตให้ออกหมายจับได้ตามคำร้อง





