"พล.ต.อ.อดุลย์"สั่งฟันวินัย"ร้ายแรง"ตำรวจไส้ศึก หลังหย่อนยานเปิดทาง"ม็อบ"จ่อบุกยึดทำเนียบรัฐบาล
รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างที่มีการสกัดกั้นมวลชนไม่ให้ลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ห้ามเข้าตามพ.ร.บ.ความมั่นคงในหลายจุดท่ามกลางสถานการณ์ที่ตรึงเครียทั้งสองฝ่าย พบว่ากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดต่างอ่อนล้าในการทำหน้าที่จนหลายนายพร้อมใจกันปล่อยวางยอมให้ผู้ชุมนุมเข้ามาอย่างง่ายดาย โดยเฉพาะจุดที่มีผู้การนครบาล9เป็นผบ.เหตุการณ์มีการแชร์กันในกลุ่มไลน์ของตำรวจนครบาล และสื่อมวลชนว่า ผบก.น.9 ไม่มีคำสั่งการอะไรเลยปล่อยให้ม็อบเอาเชือกผูกรถควบคุมผู้ต้องหาลากแท่นแบริเออร์ออกไป อย่างงายดายบริเวณสะพานชมัยฯจนเหลือแท่นแบริเออร์อีกแผงเดียวก็จะสามารถเข้ายไปในทำเนียบรัฐบาลได้ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นเพราะผบก.น.9 เคยทำงานอยู่ในพื้นที่ภาคใต้มาก่อนและเคยอยู่กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งตำรวจนครบาลที่สื่อสารกันในไลน์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า วันนี้
พรุ่งนี้ทำเนียบฯแตกแน่นอน เพราะตำรวจที่มาจากต่างจังหวัดเริ่มมีการประท้วงไม่ยืนแถวแล้ว และบอกเพื่อนๆเตรียมเก็บข้าวของรอกลับบ้านล่วงหน้า เร็วๆนี้เพราะตอนนี้มีไส้ศึกตำรวจเปิดประตูให้โจรเข้าบ้าน
ล่าสุดมีการแจ้งเตือนในกลุ่มตำรวจว่า พี่น้องและเพื่อน ข้าราชการตำรวจ คฝ.ที่รับผิดชอบแยกการเรือน และทุกจุดรอบ บช.น ให้เพิ่มความระมัดระวังในวันนี้มากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะกองกำลังของอดีตผบก.น.1และชุดจู่โจมของ พล.ต.ท.ได้รับคำสั่งให้ลุยบุกเข้ายึดบช.น ให้ได้ภายในวันนี้ เพื่อจัดตั้งเป็นฐานที่มั่นของกกปส.และจะประกาศชัยชนะเหนือรัฐบาลในที่สุด
ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร. ชี้แจงผ่านที่ประชุม Conferenceช่วงเช้าที่ผ่านมากรณีตำรวจกลายเป็น สายลับไส้ศึกว่า กองทัพเขาต้องเอาไปฆ่าทิ้ง ผมเป็นนักรบ ผมไม่กลัว อย่ามาทำกับผมอย่างนี้(เป็นไส้ศึก) เราต้องเป็นตำรวจมืออาชีพ รักวิชาชีพ อย่าทรยศต่อวิชาชีพ คนที่ทำ "มันชั่วจริง จริง" และสั่งให้จเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบข้อเท็จจริงและ สั่งฟันวินัยร้ายแรง


