ศอ.รส.แถลงเหตุปะทะหน้า กรณีเหตุยิงกันที่รามคำแหงจนมีผู้บาดเจ็บ5คนและเสียชีวิต1คน
พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รอง โฆษก ศอ.รส. แถลงว่า กรณีเหตุยิงกันที่รามคำแหงจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีิวิตนั้น ศอ.รส.ขอรายงานข้อมูล ข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่ซอยรามคำแหง 61 ฝั่งตรงข้ามการกีฬาแห่งประเทศไทย การเกิดเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทของบุคคลสองกลุ่มไล่ทำร้ายขว้างปาไม้ อิฐ ก้อนหินกัน ต่อมามีเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยกองร้อยควบคุมฝูงชนที่อยู่ใกล้ที่สุดได้เข้ามาเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุเพื่อกันสองฝ่ายให้แยกออกจากกัน
โดยให้กลุ่มหนึ่งเข้าไปที่สนามกีฬาราชมังคลาฯ ขณะที่อีกฝ่ายออกไปฝั่งตรงข้าม ตำรวจควบคุมฝูงชนไม่มีอาวุธ ภายหลังจากแจ้งศปก.แล้วก็มีการส่งชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าไปควบคุมสถานการณ์และพนักงานสอบสวน สน.หัวหมากเดินทางไปที่รพ.รามคำแหงและรพ.แพทย์ปัญญา พบผู้บาดเจ็บที่รพ.รามคำแหง 3 ราย คือ นายจีระพงษ์ คลองชาตรีพงศ์ อายุ 25 ปี ถูกยิงขาขวาเหนือเข่า 1 นัด นายฉัตรชัย คำประสงค์ อายุ 23 ปี ถูกยิงแขนขวา 1 นัด นายเสน่ห์ จันทร์เกิด อายุ 33 ปี ถูกยิงแขนขวา 1 นัด ส่วนผู้เสียชีวิต คือ นายทวีศักดิ์ โพธิ์แก้ว อายุ 21 ปี ถูกยิงเข้าที่ชายโครงซ้าย 2 นัด สำหรับที่รพ.แพทย์ปัญญา มีผุู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายบุญ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 30 ปี ถูกยิงเข้าที่หลัง 2 นัด และนายอรรถพล หอมบุปผา อายุ 19 ปีถูกยิงที่ต้นขาซ้าย
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. แถลงว่า จากกรณีดังกล่าวหลังทราบเหตุ ศอ.รส.สั่งให้กองร้อยควบคุมฝูงชนที่อยู่ใกล้เข้าระงับเหตุ เจ้าหน้าที่ไม่มีอาวุธ มีเพียงโล่ กระบอง ดังนั้นข่าวที่ปรากฏไม่ว่าจะในสื่อใดบอกว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่นั้นของยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าปิดกั้นพื้นที่ และในห้วงเวลาที่แยกมวลชนสองฝั่งออกจากกันนั้นยังเข้าพื้นที่เกิดเหตุไม่ได้ เพราะฉะนั้นบุคคลที่มีอาวุธคือคนสองกลุ่มที่ทะเลาะวิวาทกันและกัน หลังจากเกิดเหตุ ผอ.ศอ.รส.สั่งเพิ่มกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชนเพื่อไปปิดกั้นพื้นที่และคลี่คลายสถานการณ์อีก 5 กองร้อย นอกจากนั้นจัดส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วประกอบด้วยรถจักรยานยนต์ 36 คัน ตำรวจ 72 นาย เข้าไปรักษาสถานการณ์ในพื้นที่ ส่วนสำนวนการสอบสวนนั้น สน.หัวหมากรับผิดชอบ แต่เพื่อความถูกต้องมั่นใจ ผอ.ศอ.รส.สั่งการให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.ฝ่ายป้องกันปราบปรามลงไปกำกับดูแลการรวบรวมหลักฐานด้วยตัวเอง ขอยืนยันอีกครั้งว่าที่มีการแจ้งข้อมูลข่าวสารว่ามีคนตายแล้ว 3 คนนั้น ขอยืนยันว่ามีผู้บาดเจ็บ 5 คน อยู่โรงพยบาลรามคำแหง 3 คน โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา 2 คน เสียชีวิต 1 คน
พล.ต.ต.ปิยะ แถลงต่อว่า ข้อมูลข่าวสารต้องตรวจสอบจากหลายๆ แหล่ง ภาพบางภาพที่อ้างว่าได้จากสถานที่ ได้จากบริเวณเหล่านั้นก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด นอกจากนี้จะขอชี้แจงกรณีกำลังทหารซึ่งจะมาตรวจร่วมกับตำรวจในสองภารกิจ คือ สายตรวจร่วมในพื้นที่ล่อแหลม และดูแลความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ เริ่มปฏิบัติการคืนนี้ ดังนั้นข้อมูลที่ออกสื่อบางแห่งออกปฏิบัติการตรงนั้นตรงนี้ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.) จะมีกำลังทหารไปเตรียมความพร้อมในการถวายสัตย์ปฏิญาณเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนม์พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
ทั้งนี้ภายหลังแถลงข่าว พล.ต.ต.ปิยะ ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนกรณีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่ย่านรามคำแหงว่า ยังไม่ชัดเจนว่ากลุ่มใดก่อเหตุ แต่จากการสอบถามผู้บาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าทั้งหมด 5 คนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นบอก่ามาร่วมสังเกตการณ์การชุมนุม ส่วนกรณีที่มีข่าวไฟไหม้ตามจุดนั้นจุดนี้ในพื้นที่ดังกล่าวก็ไม่เป็นความจริง
สำหรับการควบคุมดูแลและรักษาความสงบเรียบร้อยในวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.) นั้น ตำรวจจะปฏิบัติตามมาตรฐานและหลักสากล หลักสัดส่วนการใช้กำลัง คือหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการสูญเสีย ทุกขั้นตอนการปฏิบัติของตำรวจจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และพร้อมที่จะให้นักสิทธิมนุษยชน องค์กรอิสระ นักวิชาการต่างๆ เข้ามาร่วมสังเกตการณ์กับตำรวจได้ ส่วนการบังคับใช้กฎหมายนั้นยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายใดเพิ่มเติมเป็นพิเศษ จะมีเพียงการขอกำลังทหารมาเสริมเท่านั้น





