"สุเทพ" เปิดตัว กปปส. กำหนดทิศทางชุมนุม-ปิดเกมพรุ่งนี้ "ประยุทธ์" แถลงการณ์อย่าบีบทหารเลือกข้าง "นายกฯ" รับไร้ทางออก
ผลประชุมแกนนำ 5 เวทีต้านระบอบทักษิณ เปิดตัว "กปปส." ดึงแกนนำทุกเครือข่ายร่วมเป็นกรรมการกำหนดแนวทางต่อสู้ "สุเทพ" ขึ้นเวทีประกาศชัยชนะ 1 ธ.ค. นัดมวลชนบุกยึดทำเนียบรัฐบาล บช.น. และส่วนราชการสำคัญ ย้ำไม่ใช้ความรุนแรง ด้านนายกฯ ให้สัมภาษณ์สื่อเทศ "ยุบสภา-ลาออก" ปัญหาไม่จบ เหตุผู้ชุมนุมไม่ยอมรับ "สมคิด" แจง 2 ธ.ค. หารือปิดมหาวิทยาลัย รามคำแหงนำร่อง อ้างเหตุเพื่อความปลอดภัย
วงหารือของแกนนำเวทีชุมนุม 5 เวที นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ 12.00 น.วานนี้ (29 พ.ย.) ได้ข้อสรุปว่าแกนนำได้ประกาศตั้งคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส. เพื่อกำหนดแนวทางการตัดสินใจต่อสู้กับระบอบทักษิณ พร้อมนัดหมายมวลชนบุกยึดสถานที่ราชการทุกแห่งในกรุงเทพฯ รวมทั้งทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 1 ธ.ค. นี้ ซึ่งจะเป็นวันประกาศชัยชนะ
ทั้งนี้ แกนนำ 5 เวทีที่เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย เวทีศูนย์ราชการฯ เวทีราชดำเนิน เวทีกระทรวงการคลัง เวทีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และเวทีกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ (กปท.) รวมทั้งอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 8 คนที่ลาออก นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย นายสาวิทย์ แก้วหวาน อดีตเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่ปรึกษา กปท. โดยหารือกันที่ศูนย์ราชการฯ อาคารบี
นายสุเทพ แถลงบนเวทีปราศรัยที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.เปิดตัวคณะกรรมการ กปปส. พร้อมประกาศรายชื่อตัวแทนจากทุกองค์กรเครือข่ายที่เข้าร่วมต่อสู้ เช่น ภาควิชาการ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายชัยวัฒน์ ถิรพันธุ์ นักวิชาการอิสระ, กลุ่มประชาคมนักธุรกิจสีลม, เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปประเทศ 77 จังหวัด, สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ นอกจากนั้นก็เป็นแกนนำเวทีต่างๆ
นายสุเทพ แถลงต่อว่า จะควบคุมพื้นที่ศูนย์ราชการฯ ไปเรื่อยๆ ฉะนั้นข้าราชการทุกหน่วยงานไม่ต้องมาทำงานอีกแล้วจนกว่า กปปส.จะสั่งให้มาทำงานได้ ยกเว้นกองทัพไทย ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง นอกจากนี้ขอให้มวลชนเข้ายึดหน่วยราชการที่ยังเหลือตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป เริ่มจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับศูนย์ราชการฯ ขณะที่วันอาทิตย์ที่ 1 ธ.ค. ให้ไปยึดทำเนียบรัฐบาล กองบัญชาการตำรวจนครบาล กระทรวงศึกษาธิการ และเขาดิน เนื่องจากตำรวจนำกำลังไปอยู่ที่นั่น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ใช้ความรุนแรง และขอประกาศให้วันที่ 1 ธ.ค. เป็นวันแห่งชัยชนะของประชาชน
นายกฯ ยอมรับยังไร้ทางออก
ที่ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างประเทศ ได้แก่ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และสำนักข่าวบีบีซี โดย นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า ยอมรับการแสดงออกและรับฟังความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญและหลักกฎหมาย โดยรัฐบาลได้เปิดเวทีเพื่อการเจรจาทางการเมือง และดำเนินการทุกอย่างด้วยสันติวิธี หลีกเลี่ยงการปะทะ และจะไม่ใช้ความรุนแรง โดยเชื่อมั่นว่ากำลังตำรวจสามารถจัดการกับสถานการณ์การชุมนุมได้
"ส่วนการยุบสภาและให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่นั้น ไม่ใช่ทางออกของปัญหาความขัดแย้งในขณะนี้ เนื่องจากผู้ชุมนุมไม่ยอมรับข้อเสนอ อีกทั้งหากรัฐบาลลาออก ก็จะไม่มีใครมาดูแลและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในขณะนี้จึงยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน" นายกฯ ระบุ
"ประชา" พร้อมเจรจา-โมเดลเหมือนปี 2553
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวภายหลังหารือกับนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) ถึงความเป็นไปได้ของการเปิดเวทีพูดคุยระหว่างฝ่ายต่างๆ ว่า ยังรอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายว่าพร้อมที่จะพูดคุยหรือไม่ ก็มีการสอบถามไปแล้ว ได้ส่งสัญญาณไปแล้วว่ารัฐบาลพร้อมจะพูดคุย เพียงแต่ท่านจะประสงค์พูดคุยกับใคร ที่ไหน เมื่อไร เราแจ้งไปแล้ว มีการติดต่อตัวบุคคลไปแล้ว ทางสื่อก็ให้ไปแล้ว
ส่วนที่นายสุเทพบอกว่ามีการส่งผู้ใหญ่ไปพูดคุยนั้น ตนก็พูดคุยกับผู้ใหญ่ด้วยตัวเองเช่นกัน แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าผู้ใหญ่คือใคร เพราะโดยมารยาทแล้วไม่ควรระบุชื่อ
"ผมพยายามติดต่อโทรศัพท์ไปที่คุณถาวร เสนเนียม แต่คุณถาวรไม่ได้รับสายผม ก็พยายามติดต่อคุณสุเทพไปเหมือนกัน เราก็ยอมรับว่าเราอยู่ในวงการเมืองด้วยกัน เราก็มีความคุ้นเคยสนิทสนมกันพอสมควร ก็อยากจะให้ได้มีการพูดคุยกันว่าจะเอาอย่างไร เดินต่อไปอย่างไร" รองนายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ใช้ผู้ใหญ่ประสานอย่างเดียวใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า "ผมนี่เป็นผู้ใหญ่พอไหม พอจะพูดคุยได้ ผมสืบมาแล้ว เมื่อเราพูดคุยกันไม่ได้ก็ต้องมีผู้ใหญ่เป็นตัวกลางในการพูดคุย" เมื่อซักว่ารูปแบบของการพูดคุยจะเหมือนกับสมัยปี 2553 ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เชิญแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มาพูดคุย โดยมีสถาบันพระปกเกล้าเป็นคนกลางใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ในทุกรูปแบบที่ฝ่ายโน้นจะให้เป็น ทางรัฐบาลก็พร้อม ส่วนจะต้องมีการถ่ายทอดสดแบบปี 2553 หรือไม่ก็ขอให้แจ้งมา
“ประยุทธ์” แถลงการณ์อย่าบีบทหารเลือกข้าง
ด้านท่าทีของทหาร พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบกฝ่ายต่างประเทศ ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ภายหลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บุกเข้าไปชุมนุมภายในกองทัพบก เมื่อวานนี้ (29 พ.ย.)
พ.อ.วินธัย กล่าวตอนหนึ่งว่า กองทัพบกยังคงเป็นกองทัพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและประชาชนอยู่เสมอ โดยติดตามสถานการณ์และเตรียมดูแลช่วยเหลือประชาชนหากมีการบาดเจ็บหรือสูญเสียจากสถานการณ์การชุมนุมที่อาจมีแนวโน้มก้าวไปสู่ความรุนแรง กองทัพบกขอให้การชุมนุมของทุกฝ่ายเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้กรอบกฎหมาย และอย่าได้พยายามแบ่งฝ่าย หรือดึงกองทัพให้ตกเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะกองทัพบกถือว่าประชาชนทุกคนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นทั้งรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันแสวงหาทางออกอย่างสันติให้ได้โดยเร็ว
"ขอให้ประชาชนทุกคนได้ทำความเข้าใจ ลดความเกลียดชังซึ่งกันและกันทุกพวก ทุกฝ่าย ทุกสี ขอให้สนับสนุนให้ผู้นำของตนร่วมกันหาทางออกให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งประชาชนจะต้องไม่ทำร้ายกันเอง สุดท้ายแล้วจะไม่มีใครชนะหรือแพ้ แต่ที่พ่ายแพ้คือประเทศชาติ"
"สมคิด"แจง 2 ธ.ค.ถกปิดมหาวิทยาลัย
นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวถึงข่าว ทปอ.ทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้ปิดการเรียนการสอนระหว่างวันที่ 5-10 ธ.ค.ซึ่งภายหลังมีการออกมาปฏิเสธ ว่า ในการประชุมคณะทำงานติดตามและประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศโดย ทปอ.นัดพิเศษที่ผ่านมา ได้มีการเสนอให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศปิดเรียนพร้อมกันในวันที่ 5-10 ธ.ค.จริง แต่ยังไม่ได้มีมติในเรื่องนี้
ส่วนสาเหตุที่มีข้อเสนอดังกล่าวขึ้นมา เนื่องจากที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันว่า หากข้อเสนอของ ทปอ.ที่ให้ทั้งสองฝ่ายหารือกัน ให้รัฐบาลยุบสภา และเดินหน้าจัดการเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ได้รับการตอบรับจากทั้งสองฝ่าย ทาง ทปอ.อาจจะต้องแสดงท่าทีในเชิงสัญลักษณ์ว่ารัฐจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้สังคมเกิดความสามัคคี ระหว่างนี้ ทปอ.จะประเมินท่าทีทั้งสองฝ่ายว่าจะดำเนินการอย่างไร และถ้าไม่ได้รับการตอบรับ คงจะต้องนำข้อเสนอดังกล่าวกลับมาพิจารณาในที่ประชุม ทปอ.วันที่ 2 ธ.ค.นี้อีกครั้ง
รามฯชิงปิดก่อน อ้างเพื่อความปลอดภัย
มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ออกประกาศงดการเรียนการสอน ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.ถึงวันที่ 1 ธ.ค. โดยระบุว่า ด้วยขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในสภาวะไม่ปกติ และเพื่อความปลอดภัยของนักศึกษา มหาวิทยาลัยจึงขอประกาศงดการเรียนการสอนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันอาทิตย์ที่ 1 ธ.ค. และเพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถดูแลความปลอดภัย และทรัพย์สินทางราชการได้ ขอให้บุคลากร นักศึกษาและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเดินทางออกจากบริเวณมหาวิทยาลัยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป





