ม็อบต้านทักษิณปะทะกับเสื้อแดงหน้าศาลากลางปากน้ำ
จากกรณีเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (29 พ.ย.) กลุ่มมวลชนต่อต้านรัฐบาล กว่าหนึ่งพันคนได้พากันเดินขบวนมาที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อมอบดอกไม้และนกหวีดแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ แต่ไม่สามารถเข้าไปภายในศาลากลางได้ เนื่องจากตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ทำการปิดล๊อกประตูทางเข้าออกศาลากลางเอาไว้ พร้อมนำแท่นปูนแบริเออมาตั้งขวางประตูเอาไว้ ทำให้กลุ่มมวลชนต่อต้านทักษิณไม่พอใจ
จากนั้นได้ปราศรัยโจมตีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการว่า เป็นขี้ข้าทักษิณ และทำการปิดถนนทั้งขาเข้าและขาออกตัวเมืองปากน้ำ ในขณะเดียวกันกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 300 คน ได้ยกขบวนเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความปลอดภัยภายในสถานที่ดังกล่าวเกรงว่าทั้งสองฝ่ายจะปะทะกัน จึงได้กลุ่มคนเสื้อแดง อยู่ทางเข้าด้านสำนักงานเทศบาลนครสมุทรปราการ ห่างจากกลุ่มมวลชนต่อต้านรัฐบาลประมาณ 100 เมตร
หลังจากที่มวลชนต่อต้านรัฐบาล เจรจาอยู่นาน เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะบานปลายจึงยอมเปิดประตูให้กลุ่มมวลชนต่อต้านรัฐบาล เข้าไปมอบดอกไม้ละนกหวีดภายในศาลากลางจังหวัด โดยมีรองผู้ว่าราชการจังเป็นผู้ลงมารับแทน จนเป็นที่พอใจแก่กลุ่มมวลชนต่อต้านรัฐบาล ได้ทยอยเดินทางกลับ แต่ก็ยังเหลือมวลชนส่วนหนึ่งมียังคงปักหลักอยู่ภายในศาลากลาง กลุ่มคนเสื้อแดงจึงได้เคลื่อนขบวนมาปิดล้อมอยู่ด้านนอก โดยมีการใช้เครื่องขยายเสียงปราศรับโจมตีกันไปมา จนหวิดเกิดการปะทะกันเกิดขึ้นโชคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสกัดเอาไว้ทัน
ต่อมาในช่วงเย็น กลุ่มคนเสื้อแดงได้เคลื่อนขบวนเดินทางไปกราบไหว้ช้างเอราวัณ ซึ่งอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนที่เคลื่อนขบวนกลับมาปิดถนนทางเข้าออกตัวเมืองปากน้ำอีกครั้ง ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโล เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถให้ไปใช้เส้นทางอื่นแทน ส่วนด้านบรรยากาศหน้าศาลากลางเป็นไปอย่างตึงเครียด กลุ่มมวลชนทั้งสองฝ่ายต่างระงับอารมณ์ไม่อยู่และเกิดการปะทะกันขึ้นจนเกิดความวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลกว่า 500 นายต้องเคลื่อนขบวนออกมาห้ามทับกันทั้งสองฝ่ายออกจากกันและขอร้องให้ทั้งสองฝ่ายแยกย้ายเดินทางกลับเนื่องจากประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อน แต่ทั้งสองฝ่ายก็ยังคงปะทะคารมกันอีกพักใหญ่ก่อนที่ยอมสลายตัวกลับไป





