นายกฯยันไม่ยุบสภา วอนทุกฝ่ายพูดคุยหาทางออก เชื่อแม้ปิดศูนย์ราชการก็สามารถทำงานได้
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 28 พ.ย. ซึ่งเป็นวันลงมติในญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า นายกฯ เดินทางออกจากบ้านพักเมื่อเวลา 09.00น. และเดินทางถึงรัฐสภา ใน 09.35 น. พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือกรณีผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่ยึดสถานที่ราชการ ว่า การบุกยึดกระทรวงนั้นเป็นสัญลักษณ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราก็ทำงานได้แต่หน่วยงานราชการอาจจะมีความติดขัดบ้าง ซึ่งหน่วยงานราชการนั้นต้องเดินหน้าเพราะเราทำงานบริการประชาชน ซึ่งการชุมนุมและการบุกเข้าไปยังสถานที่ราชการเป็นลักษณะในเชิงสัญลักษณ์ ก็อยากขอความร่วมมือว่าอย่าทำเลย เพราะอย่างไรการทำงานของราชการก็ยังทำได้อยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลได้มีการวิเคราะห์อย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็หวังว่าตามที่ผู้ชุมนุมประกาศไว้ว่าจะชุมนุมุถึงสิ้นเดือน พ.ย. นี้จึงอยากขอความกรุณาว่า ได้แสดงจุดยืนกันพอแล้ว และทุกฝ่ายก็ได้ทราบในจุดยืนของกลุ่มผู้ชุมนุม ก็น่าจะมีวิธีทางออกอื่น แทนที่จะเป็นการชุมนุมและปิดสถานที่ราชการ สัญลักษณ์ต่างๆที่ได้แสดงออกมาทุกคนก็ทราบแล้ว จึงอยากขอความร่วมมือและรัฐบาลยังยืนยันว่า เวทีในการหารือน่าจะเป็นเวทีที่เป็นทางออกที่ดีที่สุด
เมื่อถามว่าแต่วันนี้กลุ่มผู้ชุมนุประกาศเปลี่ยนวัตถุประสงค์การชุมนุมเป็นการโค่นล้มระบอบทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ก็นี่ล่ะค่ะ เป็นสิ่งที่เรายังไม่รู้ว่าทางออกของผู้ชุมนุมมีความต้องการอย่างไร และแนวทางจะเป็นอย่างไร ซึ่งถ้ามีโอกาสพูดคุยและหารือกัน ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี วันนี้ยุติการชุมนุมเถอะค่ะ เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และความสุขของคนไทย จึงอยากขอความกรุณาและขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุม ว่าการดำเนินการขณะนี้ก็ไม่ได้ทำให้เหตุการณ์ต่างๆดีขึ้นเลย”
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่วันนี้ผู้ชุมนุม มองข้ามเรื่องการยุบสภา และลาออกของนายกฯ แต่มองไปถึงการเปลี่ยนระบอบการเมืองใหม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือเป็นการมองระยะยาว แต่คำถามคือ ณ ปัจจุบันนี้ เราจะไปหาจุดๆนั้นได้อย่างไร ก็ต้องมานั้นคุยกันว่าวิธีการแนวทาง รูปแบบหรือสิ่งที่จะปฏิบัติได้ จะเป็นอย่างไร เพราะแค่การพูดเช่นนี้ ก็ไม่สามารถช่วยในการสนอง ข้อเรียกร้องอย่างไรได้ ก็ต้องมานั่งคุยกันและการยุติการชุมนุมก่อน แล้วมานั่งคุยกันน่าจะเป็นทางออก ก็จะทำให้บรรยากาศต่างๆรวมทั้งประชาชนเกิดความผ่อนคลาย จากนั้นก็มาช่วยกันถกว่า เราจะหาทางออกในการแก้ปัญหาประเทศอย่างไร
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯจะร่วมพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อหาทางออกของประเทศ นายกฯ กล่าวว่า “จริงๆ ถ้าคุณอภิสิทธิ์ จะคุย ดิฉันก็ยินดีอยู่แล้ว เพราะในเวทีปฏิรูปประเทศ ก็ได้เรียนเชิญไปแล้ว”
เมื่อถามว่านายกฯยืนยันว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อการชุมนุมยุติลง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยพูดถึงเงื่อนไขกับผู้ชุมนุม แต่จะเป็นการขอความร่วมมือมากกว่า เพราะในขณะที่มีการชุมนุมการเจรจาก็สามารถเกิดขึ้นได้ ในขณะเดียวกันหากผู้ชุมนุมกลับเข้าสู่ที่ตั้ง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ รวมถึงภาคเศรษฐกิจด้วย และเรามาร่วมพูดคุยหารือกัน ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ดี หากการเจรจาเกิดขึ้นแล้วกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่พอใจจะกลับมาชุมนุมกันใหม่ก็ยังได้ รัฐบาลก็ไม่มีปัญหาเพราะถือเป็นการเรียกร้องตามกรอบของกฏหมาย
เมื่อถามว่าขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิเสธการเจรจากับรัฐบาลมาโดยตลอด รัฐบาลจะมีช่องทางอื่นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้ชุมนุมเกิดความสบายใจ เพราะเหตุผลที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงก็เพื่อป้องกันเท่านั้น แต่วันนี้การชุมนุมลามไปจนถึงต่างจังหวัดแล้ว เราเองก็ไม่อยากเห็นความเดือดร้อนเกิดขึ้นนี้ ตนจึงอยากขอความร่วมมือให้ช่วยกันกลับบ้านแล้วกลับมาคุยกัน
เมื่อถามว่าวันนี้หากเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว หลายคนเริ่มพูดถึงแนวทางการยุบสภา นายกฯมองเรื่องนี้ออย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรายังไม่ได้ถึงมองถึงจุดนั้น อย่างไรก็ตามวันนี้เราคงต้องคุยกันทั้งภาคประชาชน ภาควิชาการ เพื่อร่วมกันถก ทั้งนี้เพื่อให้เกิดแนวทางที่ทุกๆ ฝ่ายยอมรับ เพราะหากยังมีทั้งฝ่ายที่ยอมรับและไม่รับการพูดคุยก็ทำไม่ได้
"อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่สนใจพี่น้องประชาชน แต่ต้องกราบเรียนว่าวันนี้เราต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย เพราะมีหลายเสียงที่ไม่เหมือนกัน หากวันนี้เราพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลไม่ใช้อารมณ์ จะทำให้มีทางออกที่ดีกว่า รวมถึงบรรยากาศที่ดีกว่า"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว





