วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลย้ำไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องม็อบ

"สณิสา"ยัน รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน ย้ำไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องหรือการข่มขู่จากคณะบุคคลหรือองค์กรใดๆ

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงข่าวร่วมกับพล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รองผบช.น. ยืนยันตำรวจจะยังไม่จับกุม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อยู่บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 2 ต.ท่าสะท้าน อ.พุนพิน จ.สุราษฏร์ธานี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2306/2556 ลงวันที่ 26 พ.ย. ในข้อหา มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการโดยใช้กำลังประทุษร้าย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสาม และมาตรา 365 ประกอบมาตรา 362 ภายในอายุความ 10 ปี ตามกระแสข่าวว่าตำรวจจะนำกำลังไปจับกุมนายสุเทพ มาดำเนินคดีตามกฎหมายนั้นกรณีที่มีข่าวว่า ตำรวจจะนำกำลังไปจับกุมตัวนายสุเทพ

ร.ท.หญิง ยืนยันว่า หลังจากที่ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับนายสุเทพ ก็มีกระแสข่าวว่าตำรวจส่งกำลังไปจับกุมตัวนายสุเทพนั้น รัฐบาลเป็นห่วงว่าประชาชนจะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง จึงมาสอบถามข้อเท็จจริงกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. และร่วมกับตำรวจแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนทราบ แม้ว่าศาลจะอนุมัติหมายจับนายสุเทพแล้วก็ตาม แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเข้าไปจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายศาลดังกล่าว เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไปร่วมชุมนุม ขณะนี้สถานการณ์เปราะบางและอ่อนไหวมาก หากตำรวจบังคับใช้กฎหมายตอนนี้อาจนำไปสู่การปะทะกันระหว่างประชาชนกับตำรวจ

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน ยังยึดหลักการเจรจาและใช้วิธีละมุนละม่อมกับทุกกลุ่มที่ออกมาชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมือง การที่นายสุเทพและแกนนำคนอื่นๆพูดยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนมองว่าการปิดล้อมและบุกรุกสถานที่ราชการเป็นการกระทำที่ไม่ผิดกฎหมายเพราะรัฐบาลเป็นโมฆะและหมดความชอบธรรมแล้ว ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงและขอเตือนสติประชาชนอย่าได้หลงเชื่อ อยากให้ดูนายสุเทพเป็นตัวอย่าง เพราะการที่นายสุเทพนำมวลชนไปบุกรุกสถานที่ราชการ ทุกคนก็เห็นว่าศาลได้อนุมัติหมายจับนายสุเทพแล้ว ทั้งนี้หากแกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆกระทำผิดกฎหมายก็อาจจะต้องถูกดำเนินคดีในหลังจากนี้ด้วย และถ้าประชาชนถูกดำเนินการทางกฎหมายก็คงไม่มีใครมาช่วย เพราะแม้แต่แกนนำก็ยังถูกดำเนินคดี นอกจากนี้รัฐบาลต้องขอบคุณข้าราชการหลายกระทรวงแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำยุยงของแกนนำ และยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

"รัฐบาลยืนยันที่จะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และจะไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องหรือการข่มขู่จากคณะบุคคลหรือองค์กรใดๆที่มีการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลได้สอบถามไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมในขณะนี้พบว่า ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในไทยลดลง 3.5 หมื่นคน และส่งผลให้รายได้การท่องเที่ยวสูญหายไป 1.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากประเทศต่างๆ 22 ประเทศ ได้เตือนประชาชนในประเทศของตัวเอง ไม่ให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นอีก 1 เหตุผลที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาประกาศขยายพื้นที่พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ" ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวด้วยว่า การที่รัฐบาลและตำรวจต้องออกมาแถลงข่าว เนื่องจากมีการปล่อยข่าวว่ามีการส่งกำลังตำรวจไปจับกุมตัวนายสุเทพแล้ว รัฐบาลไม่อยากให้แกนนำผู้ชุมนุมนำข้อมูลนี้ไปเป็นเงื่อนไขในการปลุกระดมพลให้พี่น้องประชาชนออกมาชุมนุมกันมากขึ้น รวมถึงนำมวลชนไปปิดล้อมและยึดสถานที่ราชการอีก รัฐบาลและตำรวจยืนยันว่าแม้ศาลได้ออกหมายจับนายสุเทพแล้ว แต่ยังไม่กำลังไปจับกุมตัวในขณะนี้อย่างแน่นอน จะมีการพิจารณาความเหมาะสมในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียกับทุกฝ่าย

ด้านพล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า แม้ว่านายสุเทพจะนำมวลชนดาวกระจายไปสถานที่ต่างๆ ก็จะยังไม่นำกำลังไปจับกุมตัวมาดำเนินคดี เนื่องจากหมายจับมีอายุความ 10 ปี และตำรวจไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปสลายการชุมนุม ตามนโยบายของพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ง ผู้บัญชาการตรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่เน้นการเจรจาเป็นหลัก ส่วนการขออำนาจศาลออกหมายจับแกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน สำหรับกรณีที่มีผู้ชุมนุมไปปิดล้อมตำรวจที่จอดเติมน้ำมันอยู่ภายในปั๊มเอสโซ่ ถนนพระราม 6 และวางตะปูเรือใบรถตำรวจที่วิ่งมาบนถนนเพชรบุรีนั้น ต้องรอให้มีผู้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ จึงจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการสับเปลี่ยนกำลังในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย จึงไม่อยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมกระทำการดังกล่าว.