วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'หมอวรงค์'ซัดโกงโครงการทำข้าวถุงตราอคส.

"หมอวรงค์"ซัดรัฐบาลหน้าด้านโกงโครงการทำข้าวถุง ตราอคส. คิดมูลค่าเสียหาย5หมื่นล้าน จวกนายกฯฐานะประธานกขช.ไม่ดูแล

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระญัตติด่วน การขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่สอง ได้เริ่มขึ้น เมื่อเวลา 09.35 น. โดยมีนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเอกสารที่สำคัญมาประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยว่า นายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เนื่องจากพบข้อมูลว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำทุจริตในโครงการระบายข้าวของรัฐบาล ในการนำข้าวสารไปทำข้าวถุง ตรา อคส. เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาถูก โดยตนให้ชื่อตอนว่า “จุดจบจำนำข้าว สู่การอวสานรัฐบาลยิ่งลักษณ์” ทั้งนี้ในการดำเนินโครงการจัดทำข้าวถุงมีมติ กขช. ให้ดำเนินการทำข้าวถุง จำนวน 4 ครั้งใหญ่ คือ 1.เดือนตุลาคม ปี54 ให้จัดทำข้าวถุง 1 แสนตัน คิดเป็น 20 ล้านถุง 2.เดือนมีนาคม ปี 54 จำนวน 1 แสนตัน คิดเป็น 20ล้านถุง 3.เดือนพฤษภาคม ปี 55 ให้ทำ 5แสนตัน คิดเป็น 100 ล้านถุง และ 4.เดือนธันวาคมปี 55 ให้ทำข้าวถุง 1.8 ล้านตัน โดยแบ่งให้ทำจำนวน 6 ครั้งภายในระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน ปี56 เดือนละ 3 แสนตัน โดยรวมทั้งหมดจะใช้ข้าว 2.5 ล้านตัน คิดเป็นข้าวถุง 500 ล้านถุง อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน แต่มีการทำแบบพร่ำเพรื่อ เพราะมติแรก ที่ออกมาเมื่อเดือนตุลาคม ปี 54 ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ, มติที่ 2 ทราบว่าทำเสร็จแล้วแต่มีปัญหา, มติที่ 3 ทำไม่แล้วเสร็จ และมติที่ 4 ดำเนินการไปได้เพียง 2 เดือนเท่านั้นแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2556 ทางอนุกรรมการระบายข้าว ได้สั่งให้ อคส. ทำหนังสือเวียนไปยังบริษัทที่ปรับปรุงข้าวถุงยุติการปรับปรุงดังกล่าว

นพ.วรงค์ อภิปรายต่อว่า ในโครงการทำข้าวถุงส่วนของตรา อคส. พบว่ามีการทำทุจริตในส่วนของเอกสาร ที่พบว่ามีการทำหนังสือสัญญาปลายเปิด โดยไม่ระบุระยะเวลาที่ทำโครงการแล้วเสร็จ นอกจากนั้นแล้วในเอกสารสัญญาในมติที่ 4 เมื่อเดือนธันวาคม ปี 55 ไม่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่รัฐร่วมลงนามกับบริษัทคู่สัญญา แต่กลับพบว่ามีการเบิกข้าวเพื่อไปดำเนินการบรรจุถุง ทำให้เกิดกระบวนการที่ส่อทุจริตในการนำข้าวในโครงการมาเวียนเทียน จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบรัฐบาลได้ให้ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัทสยามรักษ์, บริษัทคอน-ไซน์ เทรดดิ้ง และบริษัทร่มทอง เป็นตัวแทนจำหน่ายข้าวตรา อคส. และมีโรงสีผู้ปรับปรุงข้าว คือ โรงสีเจียเม้ง, โรงสีโชควรลักษ์ และ โรงสีสิงห์โตทอง โดยตามกระบวนการปกติของโครงการ คือ อคส. เป็นผู้ออกใบเบิกข้าวให้กับตัวแทนจำหน่าย เพื่อนำมาเบิกข้าวกับโรงสีผู้ปรับปรุงข้าว จากนั้นโรงสีจะจัดสงข้าวไปยังสถานที่ที่ตัวแทนจำหน่ายต้องการตามเงื่อนไขสัญญา และขายกับประชาชนถุงละ 70 บาท แต่ข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีกระบวนการนำข้าวไปจำหน่ายประชาชน มีเพียงการออกใบเบิกข้าวเท่านั้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือเป็นการโกงแบบหน้าด้านๆ

"จากการตรวจสอบผ่านกรรมาธิการของสภาฯ และอนุกรรมการธิการของวุฒิสภาเชิญตัวแทนโรงสี และตัวแทนผู้จำหน่าย พบว่ากระบวนการทุจริต คือ บริษัทตัวแทนจำหน่ายนำเงินของโรงสีผู้ปรับปรุงข้าวไปชำระให้ อคส. ด้วยการออกแคชเชียร์เช็ค เมื่ออคส. ออกใบเบิกข้าวให้ตัวแทนจำหน่ายแล้ว ตัวแทนจำหน่ายนำใบเบิกข้าวคืนให้กับโรงสีผู้ปรับปรุง ก็จบ และถือว่านำกระดาษมาค้าขายกัน โดยไม่มีข้าวถุงจำหน่ายในตลาด ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ข้าวไม่ถึงมือคนจน โดยดิวครั้งนี้เกิดขึ้นที่ อคส. ทั้งนี้ผมมีคลิปการชี้แจงของตัวแทน นานกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อยืนยันว่าสิ่งนี้เป็นข้อเท็จจริง" นพ.วรงค์ อภิปราย

ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อว่า สำหรับการตรวสอบพบว่ากระบวนการดังกล่าวผ่านบริษัทตัวแทนจำหน่าย บอร์ดอคส. และโรงสีผู้ปรับปรุงข้าว พบว่ามีความเกี่ยวโยงผ่านนพ.เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ รองประธานบอร์ด อคส.ซึ่งเป็นนักเรียนแพทย์รุ่นเดียวกับ นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตกรรมการบริหารบริษัทสยามรักษ์ รวมถึงนักธุรกิจวงการค้าข้าวที่มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะรัฐมนตรี อักษรย่อ “ว.” สายตรง เจ้ ด. ที่สนับสนุนโรงสีข้าวสิงห์โตทอง ในจ.กำแพงเพชร นอกจากนั้นแล้วจากการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายข้าวถุง ตรา อคส. จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในส่วนของบริษัทสยามรักษ์ พบว่าประกอบธุรกิจส่งดอกไม้, สมุนไพรอบแห้งส่งออก แต่ได้งานเป็นผู้จำหน่ายข้าวถุง และจากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องกรรมการบริหาร พบว่ามีนายเกรียงศักดิ์ ประสงค์สุกาญจน์ น้องชายของนพ.เกรียงชัย เป็นกรรมการบริษัท สยามรักษ์ นอกจากนั้นแล้วมี นพ.วีระวุฒิ เป็นกรรมการบริหาร แต่ได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 ก.ค 54 ดังนั้นเมื่อพิจารณาความสัมพันธุ์จึงถือว่ามีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง ขณะที่ 2 บริษัท คือ บริษัทคอน-ไซน์ฯ พบว่าเป็นบริษัทที่ดำเนินการเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ผลประกอบการขาดทุน 2 ปีติดต่อกัน, บริษัทร่มทอง สภาพบริษัทตั้งอยู่ในหมู่บ้านโทรมๆ ในอ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ขณะที่ป้ายบริษัทได้ระบุว่าเป็นชื่อซอย โดยผลประกอบการขาดทุน 2 ปีติดต่อกัน ซึ่งทั้ง 2 บริษัทดังกล่าวนั้นทำหน้าที่เป็นเพียงนอมินีเท่านั้น จากกระบวนการนี้หากตรวจสอบไม่พบการทุจริต จะทำให้รัฐเสียหาย มากถึง 5 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้ได้มีการสั่งระงับโครงการไปแล้วเมื่อ 26 ก.ค. 56