ปชป.อัดรัฐ แก้รธน.190 เอื้อ"ทักษิณ"ปูทางทำธุรกิจด้านพลังงาน ในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร เพื่อพิจารณาญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายเน้นย้ำกรณีที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 โดยเห็นว่า เป็นการอนุมัติให้การทำสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภามาเป็นการให้ครม.ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ อนุมัติ ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯในการลงทุนด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งเอื้อประโยชน์ให้กับนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ในเรื่องของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารให้รอดจากคดีความ
ทั้งนี้ นายสรรเสริญ ได้นำข้อมูลเครือข่ายกลุ่มนักธุรกิจด้านพลังงานที่ร่วมลงทุนกับพ.ต.ท.ทักษิณ มาอภิปราย ตั้งแต่เริ่มต้นจนไปซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิติ้ และมาร่วมลงทุนกับนักธุรกิจที่เป็นผู้นำประเทศหนึ่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีการนำภาพถ่ายของบุคคลดังกล่าวมาประกอบการอภิปราย ซึ่งทำให้นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ต้องลุกขึ้นไม่ให้นำภาพดังกล่าวมาแสดง เนื่องจากเป็นการพาดพิงบุคคลภายนอก และที่สำคัญอาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวเป็นคนสำคัญระดับสูงชองประเทศดังกล่าว
ด้านนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ชี้แจงว่า ทุกวันนี้ผมเองระวังตัวเป็นอย่างมากและไม่กล้าที่จะเดินทางไปกัมพูชา เพราะกลัวจะกลายเป็นประเด็น ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะรู้จักบุคคลสำคัญของประเทศในตะวันออกกลาง ก็เพียงแค่การติดต่อทางธุรกิจ ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะในเรื่องของเขตพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา แม้แต่ประเทศพม่า และพ.ต.ท.ทักษิณ เคยบอกกับผมว่าหากใครพบว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีการลงทุนในกิจการพลังงานในส่วนของกัมพูชาให้มาเอาเงิน 100 ล้านบาทไปได้เลย ดังนั้น อย่าพูดลอยเพราะทำให้เสียหายและกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ





