"สมศักดิ์"แจงใช้อำนาจประธานรัฐสภา ยื่นสอบ 5 ตลก.ศาลรธน. ปัดตอบใช้อำนาจตามก.ม.ใด ย้ำ"ศาลรธน."ไม่มีอำนาจวินิจฉัย-ไม่ใช่การเอาคืน
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่ได้มอบหมายให้นายวีรภัทร ศรีไชยศรี ทนายความส่วนตัวไปยื่นหนังสือถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธีบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากทั้ง 5 คน กรณีมีคำวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้ว ในข้อหากระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าตนได้ยื่นในนามขององค์กร เพราะในหนังสือที่ยื่นไปลงนามในตำแหน่งของประธานรัฐสภา ส่วนการดำเนินการหลังจากนี้เป็นเรื่องที่ดีเอสไอเป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ตนยังไม่ทราบว่าดีเอสไอจะเรียกไปให้ข้อมูลเมื่อใด
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากทำในนามของประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ตามธรรมเนียมจะต้องได้รับฉันทามติจากที่ประชุมรัฐสภาก่อนหรือไม่ นายสมศักดิ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม แต่ระบุย้ำว่า “ผมยื่นไปในนามของประธานรัฐสภา”
ถามต่อว่าการยื่นให้ตรวจสอบดังกล่าวถือเป็นการเอาคืนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้อำนาจแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าว่า ไม่ใช่การเอาคืน แต่เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย และเมื่อถามย้ำว่าได้ใช้ข้อกฎหมายใดในการยื่นดังกล่าว นายสมศักดิ์ไม่ได้ชี้แจง
เมื่อถามถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ที่กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามจุดประเด็นความไม่มีอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการพิจารณา สรุปชัดเจนไม่มีอำนาจ แม้แต่คำวินิจฉัยศาลไม่ได้เอ่ยถึงรัฐธรรมนูญมาตราไหนให้อำนาจกับศาล ปกติแล้วก่อนวินิจฉัยหรือศาลตัดสินจะอ้างว่าศาลมีอำนาจตามมาตราใด แต่กลับไม่ได้อ้างถึงมาตราใด และเมื่อศาลไม่มีอำนาจในการวินิจฉัย เป็นธรรมดาที่คำวินิจฉัยจะเป็นโมฆะ
ขณะที่แหล่งข่าวจากฝ่ายกฎหมายรัฐสภา ระบุว่า ไม่ทราบถึงกระบวนการที่นายสมศักดิ์ได้ยื่นเรื่องให้สอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก ทั้งนี้มองว่านายสมศักดิ์อาจทำในนามส่วนตัว เพราะได้มอบหมายให้ทนายความส่วนตัวไปดำเนินการ และโดยปกติหากประธานรัฐสภาจะดำเนินการยื่นเอาผิดหรือดำเนินการตามกฎหมายใด จะแต่งตั้งบุคคล หรือมอบหมายให้สำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนจะไม่ใช้ทนายความส่วนตัว





