ศอ.รส.สั่งเพิ่มกำลังดูแล พ.ร.บ.มั่นคงทั่วกรุง หลังนายกฯประกาศยกระดับ สกัดม็อบโค่น "ระบอบทักษิณ"
เวลา 23.00 น. วันที่ 25 พ.ย. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงมาตรการดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุม หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยกระดับพื้นที่ พรบ.ความมั่นคงครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลบางพื้นที่ โดยมีมาตรการ 8 ข้อ ประกอบด้วย
1.ศอ.รส.ยังคงภารกิจเปิดเส้นทางให้รัฐบาลสามารถใช้พื้นที่ทำเนียบรัฐบาลที่จะมีการเปิดประชุมอภิปรายได้ในวัน ที่ 26 พ.ย.
2.ดูแลความปลอดภัยในทุกพื้นที่ที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มีการจัดกำลังสายตรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 ให้มาสนับสนุนออกตรวจ และดูแลพื้นที่เป้าหมายของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเริ่มตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป
3.หามาตรการกำหนดยุทธวิธีที่เหมาะสมในการเข้าเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยึดพื้นที่กระทรวงการคลัง สำนักงานงบประมาณ กรมประชาสัมพันธ์ และกระทรวงการต่างประเทศ โดยหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องใช้เชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เมื่อถูกยึดพื้นที่ทำให้มีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ขณะที่กระทรวงการคลัง เมื่อถูกยึดทำให้เกิดการขาดความเชื่อมั่นในด้านเศรษฐกิจ ซึ่ง ศอ.รส.จะดำเนินการอย่างละมุนละม่อมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ
4.วิเคราะห์ให้เห็นถึงพื้นที่เป้าหมายอื่นที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเข้ายึด ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด
5.เน้นกองกำลังเคลื่อนที่เร็วออกตรวจเพื่อยับยั้งป้องกันการสวมรอยก่อเหตุ เช่นการเผาทำลายป้อมจราจร เป็นต้น และยังเป็นการป้องกันเหตุอาชญากรรมที่แฝงมากับการชุมนุม
6.ศอ.รส.จะเร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุดในการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ของกลุ่มผู้ชุมนุมโดยเน้นเฉพาะบุคคลที่เป็นแกนนำสำคัญ ที่ดำเนินการเป็นผลให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายในทุกเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้นวันนี้ เพื่อยื่นต่อศาลเพื่อพิจารณา
7.ขอแจ้งเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมให้ถอนตัว เนื่องจากการเข้ายึดพื้นที่ราชการในวันนี้ทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งข้าราชการและประชาชนอีกหลายส่วนไม่พอใจ ซึ่งเป็นการก้าวล้ำกฎหมายอย่างชัดเจน สำหรับผู้ที่ร่วมชุมนุมต่อจะมีความผิดถูกดำเนินคดี
โฆษก ศอ.รส. กล่าวอีกว่า ผู้บังคับบัญชาจะประชุมเพื่อจัดกำลังสนับสนุน และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดตรวจสกัดทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ ตลอดทั้งคืน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อุ่นใจ ส่วนในวันพรุ่งนี้จะเป็นมาตรการขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมในการออกจากพื้นที่ราชการที่ถูกยึด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะยังคงเน้นวิธีการเจรจาก่อน และยังมีอีกหลายกลยุทธ์ที่ไม่ต้องใช้ความรุนแรง เช่น การประสานให้สถานที่ราชการที่คาดว่าจะถูกกลุ่มผู้ชุมนุมบุกยึดให้มีการเตรียมพร้อมรับมือ โดยอาจไม่ต้องอาศัยกำลังตำรวจเข้าช่วย หรือการตั้งชุดเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อยับยั้งการบุกยึดหน่วยงานราชการ ตลอดจนประสานอาสาสมัคร หรือเจ้าหน้าที่ อปพร. ให้เข้าช่วยเหลือหน่วยงานอย่างศูนย์ราชการในจังหวัดต่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังร่วมกับหน่วยงานอีก 18 กระทรวง เพื่อสนับสนุนการยับยั้งเหตุชุมนุมที่ละเมิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายวิธีที่ไม่ต้องใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาได้





