ส.ว.เสียงข้างมากลงมติ 68:44 เสียง มาตรา6 ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้านบาท ไม่ต้องนำส่งเงินกู้เข้าคลัง
ที่ประชุมวุฒิสภา ได้เข้าสู่การพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ในมาตรา 6 ที่กรรมาธิการฯ เสียงข้างมากมีมติให้แก้ไข โดยกำหนดให้เงินที่ได้จากการกู้ ต้องนำส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง จากเดิมในร่างที่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ ระบุว่าไม่ต้องนำเงนที่ได้จากการกู้ ส่งเข้าคลังตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ในฐานะกรรมาธิการฯ เสียงข้างมาก และผู้เสนอให้มีการแก้ไขถ้อยคำดังกล่าว ชี้แจงว่าการกำหนดให้นำเงินกู้ ส่งเข้าคลังตามกฎหมายนั้น เพื่อไม่ให้ร่าง พ.ร.บ.กู้เงินฯ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ที่กำหนดให้การจ่ายเงินแผ่นดินทำได้ตามที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย, กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ทั้งนี้ส่วนตัวมีความปรารถนาดีต่อรัฐบาล ไม่อยากให้รัฐบาลดำเนินการใดที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งการตัดคำว่า “ไม่” ออกจากร่างเดิม เพื่อให้มีการนำเงินกู้ส่งเข้าคลังก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อร่าง ส่วนประเด็นที่ส.ว.ได้ทักท้วงว่าการตัดคำดังกล่าวออกไปอาจจะกระทบต่อเพดานการก่อหนี้ ซึ่งกรรมาธิการฯ ได้สอบถามไปยังผู้อำนวยการสำนักการคลังแล้วพบว่า ในปี 2557 ยังมีเพดานที่สูงถึ 5.4 แสนล้านบาท ซึ่งการเบิกจ่ายเงินตามร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน ในปี 57 กำหนดให้ใช้เงินกู้เพียง 1.2แสนล้านบาท ดังนั้นเพดานขาดดุลสูงสุดจึงเพียงพอ
"ร่างกฎหมายนี้อยากให้ส.ว.ได้มีการพิจารณา เพราะร่างกฎหมายนี้มีปัญหา 1.วิธีการใช้จ่ายเงินตามงบประมาณ ที่มีความเป็นห่วงด้านความโปร่งใสต่อกระบวนการใช้เงิน ซึ่งไม่สอดคล้องกับวิธีการตรวจสอบ 2.มีปัญหาเรื่องความเหมาะสมของโครงการ เพราะบางโครงการยังไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบ แต่บางโครงการได้มีการศึกษาไว้แล้ว เมื่อรัฐบาลนำโครงการที่ศึกษา และไม่ผ่านการศึกษามากำหนดเป็นโครงการที่ต้องใช้เงินตาม ร่าง พ.ร.บ.กู้เงินนี้ เพื่อให้เป็นตัวประกัน เอาโครงการที่ไม่ดี ร่วมกับโครงการที่ดี และ 3.วิธีการที่คิดแต่จะกู้เงินเพียงอย่างเดียวนั้น ถือว่าคิดไม่เหมือนผู้มีสติปัญญาพึงกระทำ ทั้งที่การได้มาซึ่งเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมีอีกหลายช่องทาง" นายไพบูลย์ ชี้แจง
ด้าน น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายว่าการนำเงินกู้ส่งเข้าคลังอาจส่งผลกระทบต่อกรณีที่เอกชนจะตัดสินเข้าร่วมการลงทุนกับภาครัฐ รวมถึงกระทบต่อโครงการในประเด็นความล่าช้าต่อการเบิกจ่ายเงินเพื่อนำมาใช้ ทั้งนี้ในหลักการหากจะมีการเบิกเงินออกมาใช้ในโครงการใดๆ ของรัฐ สามารถทำกฎหมายเพื่อขอใช้เงินได้อย่างเร็วสุด 4-5 เดือน อย่างไรก็ตามการแก้ไขโดยตัดคำว่า “ไม่” ออกจากบทบัญญัติ ตนมองว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งกับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน มาตรา 12 วรรคสาม ที่ระบุให้นำเงินกู้ที่ยังไม่มีการเบิกจ่าย ให้ สบน. ไปเก็บรักษาหรือฝากไว้ในบัญชีที่กระทรวงการคลังกำหนดได้ และอาจขัดกับมาตรา 5 ซึ่งที่ประชุมลงมติเสียงข้างมากให้คงไว้ตามร่างเดิมที่ผ่านความเห็นชอบจากสภา
ขณะที่ น.ส.จารุวรรณ เฮงตระกูล กรรมการกฤษฎีกา ฐานะกรรมาธิการฯ เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า กรณีที่กรรมาธิการฯ เสียงข้างมากตัดคำว่า “ไม่” ในร่าง มาตรา 6 จะส่งให้ต้องนำเงินกู้ส่งเข้าคลัง และตกเป็นรายได้แผ่นดิน และต้องเข้ากระบวนการงบประมาณปกติ ออกเป็นกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งจะทำให้ผลที่ตามมาคือจะทำให้เงินกู้ที่กู้ได้ไปเฉลี่ยใช้จ่ายในโครงการด้านอื่นๆ เช่น โครงการด้านการศึกษา หรือสังคม ทั้งนี้เมื่อรัฐบาลแยกออกมาเพราะต้องการการใช้จ่ายตามโครงการที่กำหนดไว้ ส่วนส.ว.ที่สงวนคำแปรญัตติได้มีการอภิปรายสนับสนุนกรรมาธิการฯ เสียงข้างมาก อาทิ นายสมชาย แสวงการ, นายคำนูณ สิทธิสมาน, นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา เนื่องจากเห็นว่าจะเป็นการควบคุมการใช้จ่ายเงินที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งนี้นายสมชาย ได้มีการสอบถามกรรมาธิการฯ ต่อประเด็นยอดหนี้สาธารณะปัจจุบัน ซึ่ง น.ส.จุฬารัตน์ ชี้แจงว่ายอดหนี้ ณ เดือนสิงหาคม 2556 มียอดหนี้สาธารณะอยู่ที่ 5.3 ล้านล้านบาท หรือ คิดเป็น 44.6 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ทั้งนี้คิดเป็นหนี้ในส่วนของรัฐบาล จำนวน 35 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี และที่เหลือเป็นหนี้ที่อยู่ในกองทุนฟื้นฟู อย่างไรก็ตามการชำระดอกเบี้ย และเงินต้นของเงินกู้นั้น ตามเกณฑ์ปกติจะตั้งงบประมาณเพื่อชำระ 3 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประจำปีนั้นๆ ทั้งนี้ในอนาคตอาจจะมีการปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนที่ไม่มีการชำระหนี้เงินต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมได้ใช้เวลาอภิปรายในมาตรา 6 นานเกือบ 5 ชั่วโมงเพื่อให้ผู้แปรญัตติอภิปรายครบถ้วน จากนั้นได้มีการลงมติ โดยเสียงข้างมากของที่ประชุม เห็นชอบให้คงร่างไว้ตามเนื้อหาที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ด้วยเสียง 68 เสียงต่อ 44 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง





