ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่หวั่นไหวม็อบกดดัน ระบุวินิจฉัยคดีตามเนื้อผ้า
รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ว่าบรรยากาศการวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ ( 20 พ.ย. นี้)เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มา ส.ว. จะมีทั้งม็อบสนับสนุนและคัดค้านศาลรัฐธรรมนูญมาชุมนุมบริเวณศาล และยังมีม็อบ นปช. ชุมนุมที่ราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ตั้งแต่วันนี้ ( 19 พ.ย.) ไปจนถึงวันพรุ่งนี้ ( 20 พ.ย.) และอาจลากยาวซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้น แต่บรรยากาศดังกล่าวจะไม่มีผลให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วอกแวก หรือรู้สึกกดดัน เพราะเป็นหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องวินิจฉัยคดีอย่างตรงไปตรงมาตามครรลองของรัฐธรรมนูญ
"จากประสบการณ์ของตุลาการที่ผ่านงานวินิจฉัยคดีมาถึง 30-40 ปี จิตใจของตุลาการต้องไม่วอกแวก หวั่นไหว ไปตามแรงต้าน แรงหนุน เสียงชม หรือ เสียงด่า บรรยากาศที่เป็นอยู่ในขณะนี้ คงไม่มีผลอะไร ตุลาการก็ทำหน้าที่ของตุลาการไป ส่วนหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นหน้าที่ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่หน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องไปเตรียมการรับมืออะไร แต่ที่จริงแล้วสังคมไม่ควรปล่อยให้เกิดบรรยากาศอย่างนี้ แต่เมื่อบ้านเมืองเราปล่อยให้เกิดวิกฤตการณ์อย่างนี้ ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ควรจะให้หลักประกันกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีกลไกในการจัดวางระบบระเบียบทั้งด้านการป้องกันและยับยั้ง เช่น มีภูมิคุ้มกันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่องละเมิดอำนาจศาล " แหล่งข่าว ระบุ
สำหรับวิธีการลงมติวินิจฉัยคดีในวันพรุ่งนี้ ( 20 พ.ย. ) จะไปเป็นไปตามข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย พ.ศ. 2550 ข้อ 54 โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. เริ่มจากตุลาการซึ่งเป็นองค์คณะทุกคนจะต้องเขียนคำวินิจฉัยส่วนของตนเป็นลายลักษณ์อักษรมาก่อนการประชุมตุลาการ
2. จากนั้นตุลาการแต่ละคนนำคำวินิจฉัยส่วนตนที่เขียนมานั้น แถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุม
3. เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแถลงด้วยวาจาครบถ้วนทุกคนแล้ว ก็จะเป็นการลงมติคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ ( เฉพาะคำวินิฉัยกลางเท่านั้นที่ถือว่าเป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนั้นๆ )
4. คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉันส่วนตนของตุลาการแต่ละคน ให้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา





