'วราเทพ'ย้อนปชป.ให้ดูสมัยเป็นรัฐบาล

"วราเทพ"ย้อนปชป. ให้ดูสมัยเป็นรัฐบาลแล้วถูกซักฟอก แนะประธานสภาพิจารณาให้รอบคอบ หวั่นตกเป็นเครื่องมือปลุกม็อบ
นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านไม่ยื่นสำเนาคำร้องถอดถอนประกอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ขอเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และผู้นำฝ่ายค้าน ให้ปฏิบัติเหมือนครั้งที่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและให้ปฏิบัติเหมือนที่ฝ่ายค้านสมัยนั้นยื่น เพราะจากที่ตนได้ค้นเอกสารจากสภาผู้แทนฯ พบว่ามีญัตติยื่นไว้เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2554 เพื่อถอดถอนหรือไม่ไว้วางใจนายกฯ อภิสิทธิ์ ฝ่ายค้านได้ส่งสำเนาคำร้องถอดถอนนายกฯซึ่งมีรายละเอียดในประเด็นทุกประการ แต่ฝ่ายค้านปัจจุบันนี้ไม่ยื่นสำเนาคำร้องถอดถอน ยื่นเพียงหลักฐานที่ได้ยื่นคำร้องถอดถอนเท่านั้น จึงไม่เข้าใจว่าปชป. ต้องการทำเรื่องนี้ให้เกิดความสับสนอย่างไร ทำไมปชป. ไม่ปฏิบัติตามแนวทางซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาการอภิปรายนอกประเด็นการถอดถอน จึงไม่มีเหตุอันใดที่จะไม่ยื่นเพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลพร้อมตอบชี้แจง เพราะถือเป็นหน้าที่
"ผมอยากให้คุณอภิสิทธิ์ออกมาแสดงจุดยืนว่าในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านกับในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีใช้สองมาตรฐานหรือไม่ และในเมื่อมาเรียกร้องให้นายกฯไปสภาก็อยากให้คุณอภิสิทธิ์ทำสภาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน อย่าเป็นสองมาตรฐาน การที่ประชาธิปัตย์ทำเช่นนี้อาจจะเพื่อชิงไหวชิงพริบในรัฐสภา โดยที่ไม่ต้องการบอกประเด็นการอภิปราย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย เพราะอย่างที่ผมบอกแล้วว่าการถอดถอนนั้นเป็นประเด็นสำคัญ รัฐบาลไม่ได้เรียกร้องเอาหลักฐานมาเพื่อไปแก้ไขหลักฐาน แต่เรียกร้องว่าประเด็นที่คุณจะพูดนั้นเป็นประเด็นอะไร เพื่อประธานสภาจะได้ควบคุมการอภิปรายได้ถูกว่าอยู่ในประเด็นหรือไม่"นายวราเทพกล่าว
นายวราเทพ กล่าวอีกว่า และอีกประเด็นหนึ่งคงเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมเรียกร้อง เพราะถ้าประธานสภาไม่รับขึ้นมาก็จะนำไปสู่การเรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมให้มากขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้ประธานสภาควรพิจารณาให้รอบคอบ อย่าตกเป็นเครื่องมือของพรรคประชาธิปัตย์นำไปสู่การพูดว่าประธานสภาไม่รับญัตติและเรียกร้องให้คนออกมา ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดวันนี้ประธานสภายังไม่ควรตัดสินว่ารับหรือไม่รับญัตติ ควรเปิดโอกาสให้ประชาธิปัตย์รับทราบการญัตติที่ไม่สมบูรณ์เสียก่อนแล้วมีหนังสือไปให้ประชาธิปัตย์เพื่อส่งกลับมาชี้แจงว่า ที่ไม่ยื่นเพราะเหตุใดแล้วมาพิจารณากันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามอย่างช้าควรพิจารณากันให้แล้วเสร็จในวันศุกร์ที่ 22 พ.ย.นี้ เพราะสภาจะปิดสมัยวันที่ 28 พ.ย.หากจะกำหนดวันอภิปรายก็ต้องไม่เกินวันที่ 27 พ.ย. เพื่อให้โหวตได้ในวันที่ 28 พ.ย. ก่อนปิดสมัยประชุม







