วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าเร่งปิดเกมด้วยความรุนแรง

นักวิชาการประเมินม็อบราชดำเนิน ยังไม่สามารถสร้างเงื่อนไขล้มรัฐบาลได้ มึนม็อบแดงกลับลำหนุนรัฐบาล ผวามวลชน 2 ฝ่ายเข้าห้ำหั่นกัน

เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ประเมินสถานการณ์การชุมนุมของ "ม็อบราชดำเนิน" และการผ่าทางตันวันที่ 20 พ.ย.ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ ส.ว. ว่า ตอนนี้ม็อบราชดำเนินยังไม่สามารถสร้างเงื่อนไขเพื่อล้มรัฐบาลได้ เนื่องจากเงื่อนไขที่ยกระดับขึ้นไปยังไม่เป็นที่เข้าใจของคนส่วนใหญ่

รูปการณ์หลังจากนี้ หากมีการระดมพลอีก ก็น่าจะมีการเคลื่อนไหวแบบดาวกระจาย หรือนัดชุมนุมพร้อมกันในต่างจังหวัด

ประเด็นที่ยังมีความอ่อนไหว คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และกลุ่มมาตราเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. แต่ปัญหาคือจะอธิบายให้มวลชนเข้าใจได้อย่างไรเพื่อยกระดับไปสู่เงื่อนไขการล้มรัฐบาล

"มันไม่ใช่แค่พูดแล้วคนปรบมือ แต่อยู่ที่คนเข้าใจประเด็นแค่ไหนด้วย เพราะถ้าเข้าใจจริงๆ จึงจะนำไปสู่เหตุผลว่าทำไมรัฐบาลชุดนี้จึงไม่ควรบริหารประเทศต่อไป"

เจษฎ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น หากออกมาในด้านลบ แน่นอนว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้เป็นโอกาสในการรุกไล่รัฐบาลต่อ แต่ขั้นตอนหรือมาตรการหลังจากนั้นยังไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไร

"กำลังของผู้ชุมนุมขณะนี้มีจำนวนหนึ่ง และมีคนอีกจำนวนมากที่รู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่รัฐบาลทำ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้นมันส่งผลเสียหายอย่างไรถึงขั้นว่าเราไม่ควรให้รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศต่อไป เหมือนกับการไล่คนออก เราไล่คนออกเพราะเราไม่พอใจเขา กับการที่เราไล่คนออกเพราะไม่สมควรอยู่ สองกรณีนี้มันต่างกัน ผมเห็นว่านี่คือสิ่งที่ม็อบยังขาดอยู่"

นักกฎหมายผู้นี้ยังเตือนว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ทั้งแกนนำผู้ชุมนุมและรัฐบาลไม่ควรหันไปใช้วิธีการรุนแรงเพื่อเร่งปิดเกม เพราะการยกระดับด้วยความรุนแรงรังแต่จะสร้างความเสียหาย

"ผมมองว่าการชุมนุมของกลุ่ม นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) ถือเป็นเรื่องแปลกในทางการเมือง เพราะเป็นม็อบที่ออกมาสนับสนุนรัฐบาล ทั้งๆ ที่เมื่อไม่นานนี้ก็ไม่พอใจรัฐบาลอยู่ การที่มีประชาชนกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงท่าทีขัดแย้งกับอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งขัดแย้งกับรัฐบาลอยู่แล้ว เป็นเรื่องน่าประหลาดมาก ลักษณะแบบนี้ส่วนใหญ่จะเกิดในประเทศที่มีการจลาจล มวลชนสองฝ่ายพร้อมจะห้ำหั่นกัน"