"ธิดา-วรเจตน์"วอนมวลชนรอศาลรธน.วินิจฉัย 20 พ.ย. ส่วนแดงกลับใจขึ้นเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถูกหลอกเผาศาลกลาง เชื่อน่าจะโดนหลอกขึ้นเวที
นางธิดา ถาวรเศรษฐ เเกนนำนปช.กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยเเลนด์ทางสปริงนิวส์กรณีนปช.นัดชุมนุมวันที่ 19-20 พ.ย.ที่ราชมัคลากีฬาสถานว่า เเต่เดิมนัดชุมนุมวันที่18-20พ.ย.ที่เมืองทองธานี เเต่เปลี่ยนกำหนดการเป็นช่วงเย็นวันที่19-20พ.ย เหตุที่มีการเปลี่ยนวัน-สถานที่ชุมนุมนั้นเพราะเมืองทองมีการประชุมนานาชาตินปช.จึงย้ายสถานที่เเละดูเเลได้ง่าย เเละรอมวลชนกลับจากลอยกระทง เเละน่าจะมีมวลชน8หมื่นคน-1เเสนคนร่วมชุมนุม ตนมองโลกเเง่ดีไม่น่าจะมีอะไรเลวร้ายกว่าเดิมเเละไม่ดีกว่าเดิมเพราะวันที่ 20 พ.ย.ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยการเเก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของส.ว. เเต่คำตอบนั้นน่าออกได้2-3ทางเ เต่คงไม่มีอะไรดี เช่น ศาลอาจจะตัดสินให้หยุดเเก้รัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของส.ว. เพื่อยุติการรุกคืบการเคลื่อนไหวการเเก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนจะลงโทษเเบบใดนั้น ตรงนั้นเป็นสิ่งที่มันมีความเป็นไปได้ 50:50 ตนกังวลตรงที่นายกฯทูลเกล้าฯไปเเล้ว
นางธิดากล่าวว่า ส่วนนปช.จะเคลื่อนไหวใดๆนั้นยังไม่มีการวางเป้าหมาย ต้องรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาลก่อน โดนนปช.จะหารือเเละตกลงร่วมกันเพื่อความเป็นเอกภาพ เพราะเเกนนำในพื้นที่มาร่วมชุมนุมด้วย จากนั้นจะพิจารณาการขับเคลื่อนที่มีเหตุผล สังคมเข้าใจ ไม่อย่างนั้นสังคมจะอยู่กันไม่ได้ ยอมรับพรรคเพื่อไทยไปทางหนึ่ง นปช.ไปอีกทางหนึ่ง จึงต้องใช้เวลาหารือเเละหาทางยุติ
ส่วนเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทีได้นำคนเสื้อแดง ชื่อ "น.ส.ปาริชาติ ภูนกยูง" อายุ 40 ปี ชาวจ.กาฬสินธุ์ ขึ้นเวทีปราศรัย โดยถูกจับในความผิดเผาศาลากลางจ.ขอนแก่น รวมทั้งผิดคดีเผาธนาคารกรุงเทพ สาขาขอนแก่น และฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยถูกจำคุก 3 เดือน โดยแกนนำนปช.และรัฐบาล ก็ไม่เคยไปเยี่ยมในคุก ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นจุดให้ต้องกระทำดังกล่าวเนื่องจากมีการระบุว่าหากกระทำแล้วแกนนำนปช.จะให้เงิน 1.5 ล้านบาทนั้น นางธิดากล่าวว่าจะต้องชี้เเเจง คนๆนั้นยอมรับว่ารายชื่อเป็นนปช.ที่โดนคดีจริง เเต่รายชื่อคนที่โดนโทษนั้นนปช.ต้องมีรายชื่อเเละคนๆนั้นมีการอ้างว่ามีการรับเงิน 1 หมื่นบาทจากตน ตนมองให้จริง เเต่ควรตรวจสอบด้วยว่ามีอาการลอยๆหรือไม่ เเละขอตรวจสอบระดับเเกนนำในพื้นที่ก่อนเพราะปนช.มีคนจำนวนมาก เต่เรื่องนี้น่าจะโดนใครหลอกไปขึ้นเวทีเหมือนคดียุบพรรคเเละเรื่องเเบบนี้
"วันนี้ขอหารือกับพี่น้อง ไม่ใช่ว่าเเกนนำสั่งเองได้ หากการวินิจฉัยรุนเเรงทำให้สังคมช็อก มันต้องหารือร่วมกันก่อน นปช.มุ่งมั่นการเเก้ไขรัฐธรรมนูญที่้เป็นอำนาจของนิติบัญญัติ หากทำไม่ได้มันไม่ใช่ระบอบประชาธิตยเเล้ว เเละต้องสื่อกับสังคมว่าจะอยู่ในระบอบอะไร การเคลื่อนไหวมีหลายเเบบเเต่นปแช.จะเลือกในเเบบที่เหมาะสม หากสังคมรับไม่ได้ ตนคงตอบไม่ได้ ขอประเมินเเบบวันต่อวัน"นางธิดากล่าว
นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ เเกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ กล่าวว่า โดยหลักกฎหมายนั้น ต้องเข้าใจว่าสถานะของเรื่องคือเเก้ไขรัฐธรรมนูญให้ส.ว.มาจาการเลือกตั้ง ขั้นตอนผ่านรัฐสภาเเละจบเเล้ว ควรรอการลงพระปรมาธิปไธย เเต่เรื่องนี้มีร้องตามมาตรา68ของรัฐธรรมนูญ กรณีนี้ในหลักกฎหมายนั้นยื่นคำร้องในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะไม่เปิดโอกาสให้ศาลเข้ามาตรวจสอบเเละการยื่นคำร้องไม่ผ่านอัยการสูงสุด ศาลต้องจำหน่ายคำร้อง เเต่ความจริงศาลรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาเเละไต่สวน สิ่งที่จะออกมานั้น มาตรา68คือเเนะนำกับฝ่ายการเมืองนั้นการเเก้ไขโครงสร้างส.ว.จะกระทบสิ่งที่สสร.2550วางไว้คือส.ว.สรรหากับส.ว.เลือกตั้งที่ต้องรักษาไว้สุดชีวิตเเละไม่เเก้ไข เหตุผลที่จะใช้โน้มน้าวคือการอ้างว่าสมาชิกรัฐสภาลงคะเเนนเเทนกัน เเละผู้ลงคะเเนนบางส่วนมีผลประโยชน์ทับซ้อน เเต่ในทางกฎหมายนั้นกระบวนการทางกฎหมายจะอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา68ไม่ได้
นายวรเจตน์กล่าวว่า เบาสุดคือศาลชี้ว่ามีความบกพร่องในการเเก้ไขรัฐธรรมนูญเเละชี้ให้รัฐบาลเเก้ไข ต่อมาปรับใช้มาตรา68เเละยุบบางพรรค เเต่เป็นไปได้ยากเพราะจะตัดสิทธิทางการเมืองได้เเค่กรรมการบริหารพรรคที่ลงชื่อเสนอเเก้ไข รวมทั้งเกิดช่องให้เเจ้งความดำเนินคดีอาญากับส.ว.เเละส.ส.เเละส่งเรื่องให้องค์กอรอิสระจัดการ พูดง่ายๆการเเก้ไขรธน.จะโดนศาลสกัดตลอด เเละน่าเกิดการปะทะกันในอนาคต เเละความเป็นไก้เเรงสุดคือตัดสิทธิทุกคนที่ลงคะเเเนนเเก้ไข สภาจะเหลือเเค่ฝ่ายค้าน รัฐบาลเสมือนโดนล้ม เเต่กรณีนี้โอกาสน้อยเเละ เป็นไปได้คือศาลวินิจฉัยว่าเรื่องนี้ขัดรธน.เเละศาลมีคำเเนะนำเพื่อเป็นเชื้อให้บางฝ่ายนำไปดำเนินคดีเเละนำไปใช้ทางการเมือง





