วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทูตวีรชัย'ยกคำศาลโลกแจงสภา

"ทูตวีรชัย"แจงรัฐสภาฯ ชะง่อนผา "เล็ก แคบ จำกัด" หลังศาลโลกมีคำพิพากษาคดีพระวิหาร

นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ได้ชี้แจงสรุปคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2556 ต่อที่ประชุมรัฐสภา วาระอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 179

นายวีรชัย กล่าวว่า จะขอรายงาน 2 ส่วน ส่วนแรกจะสั้น คือ ข้อบทปฏิบัติการ มี 2 ข้อ

1.ศาลชี้ขาดว่ามีอำนาจพิจารณาคำร้องขอตีความคำพิพากษาเดิมเมื่อปี 2505 ของกัมพูชา

2.ศาลชี้ขาดเป็นเอกฉันท์ว่าคำพิพากษาปี 2505 ระบุว่ากัมพูชามีอำนาจอธิปไตยเหนือ "ยอดเขาพระวิหาร" โดยไทยมีพันธกรณีต้องถอนกำลังออกจากยอดเขาพระวิหาร หรือ promontory ซึ่งคำว่า promontory ยังเป็นคำชั่วคราว เป็นภาษาฝรั่งเศสที่ยังหาคำแปลภาษาไทยไม่ได้ สื่อและผู้เชี่ยวชาญบางท่านใช้คำว่า "ชะง่อนผา" แต่เวลานี้ยังหาคำแปลไม่ได้ จึงขอใช้คำว่า "ยอดเขาพระวิหาร" ไปก่อน

ส่วนที่สอง เป็นเรื่องของเหตุผล มี 8 ข้อ ได้แก่

1.วันที่ข้อพิพาทปรากฏชัด ศาลฟังคำต่อสู้ของฝ่ายไทย

2.เรื่องอำนาจศาล ศาลเห็นว่ามีข้อพิพาท 3 ประเด็น ได้แก่

หนึ่ง คำพิพากษาปี 2505 ศาลได้ตัดสินเรื่องเส้นเขตแดนหรือไม่

สอง ความหมายและขอบเขตของคำว่า "บริเวณใกล้เคียง" ของปราสาท

สาม ลักษณะของพันธกรณีของไทยที่จะต้องถอนกำลัง

3.คำขอของกัมพูชารับฟังได้หรือไม่ ศาลเห็นว่ารับฟังได้ เพราะคู่กรณีมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องของคำพิพากษาปี 2505

4.ความสัมพันธ์ของคำพิพากษาปี 2505 ระหว่างเหตุผลกับข้อบทปฏิบัติการ ซึ่งศาลพิจารณาเท่าที่ให้ความกระจ่างเท่านั้น

5.วิธีการทั่วไปของการตีความ

หนึ่ง ศาลจะเคารพและอยู่ในขอบเขตคำพิพากษาปี 2505

สอง ศาลไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเองอยู่ในข้อต่อสู้ของคู่กรณี

สาม คำให้การของคู่กรณีในคดีเดิมจำต้องนำมาตีความด้วย

สี่ ในการตีความ ศาลมีดุลยพินิจจำกัดอยู่ในขอบเขตของคำขอของคู่กรณีเดิมตามที่ศาลเข้าใจ โดยไม่อาจวินิจฉัยขอบเขตใหม่ได้

ห้า คำสรุปย่อต้นคำพิพากษา ไม่อาจเอามาร่วมตีความได้

หก ข้อเท็จจริงหลังปี 2505 ไม่อาจนำมาร่วมตีความได้

6.ประเด็นที่ศาลตีความ สำคัญที่สุด คือ

หนึ่ง ศาลตีความว่าคำพิพากษาปี 2505 มีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ได้แก่ ศาลไม่ได้ชี้เขตแดน, แผนที่ 1:200,000 มีบทบาทหลัก แต่จำกัดเฉพาะในพื้นที่พิพาทเท่านั้น ถือว่าศาลรับฟังข้อต่อสู้ของไทย และอาณาบริเวณปราสาทมีพื้นที่จำกัดมาก ศาลโลกปี 2505 ได้วินิจฉัยชี้ขาดเฉพาะบริเวณพิพาทในคดีเดิมเท่านั้น แม้ว่าเส้นเขตแดนจะยาวกว่า 100 กิโลเมตรก็ตาม

นอกจากนั้น ศาลตีความข้อบทปฏิบัติการปี 2505 ซึ่งศาลเริ่มต้นด้วยว่าทั้ง 3 วรรคต้องตีความรวมกันทั้งหมด ซึ่งศาลเห็นว่าต้องรวมที่ตั้ง ตชด. (ตำรวจตระเวนชายแดน) ของไทยเมื่อปี 2505 ด้วย นั่นคืออยู่ทางทิศเหนือของปราสาท แต่อยู่ใต้เส้นบนแผนที่ 1:200,000 ดังนั้นเส้นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของไทย (เมื่อปี 2505 สมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์) จึงไม่อาจเป็นขอบเขตอาณาบริเวณของปราสาทได้ เพราะมติ ครม.ของไทยเกิดหลังคำพิพากษาปี 2505

"ศาลยังตีความด้วยว่า ศาลโลกปี 2505 อธิบายพื้นที่รอบปราสาทโดยยึดลักษณะภูมิศาสตร์ ซึ่งมีลักษณะแคบอย่างชัดเจน โดยยึดสัณฐานทางภูมิศาสตร์ ทั้งนี้ บริเวณใกล้เคียงตัวปราสาทจำกัดอยู่เฉพาะยอดเขาพระวิหาร ไม่รวมภูมะเขือ เพราะมีพื้นที่ภูมิศาสตร์แยกจากกัน ในปี 2505 ผู้ว่าราชการจังหวัดเขาพระวิหารก็ยอมรับว่าอยู่คนละจังหวัด ทนายความกัมพูชาครั้งนั้นก็ยอมรับว่าภูมะเขือไม่ใช่พื้นที่สำคัญ และเวลานั้นก็ไม่มีทหารไทยอยู่ที่ภูมะเขือ"

"ดังนั้นบริเวณใกล้เคียงตัวปราสาทจึงไม่รวมภูมะเขือ ศาลโลกในปีนี้จึงจำกัดบริเวณใกล้เคียงตัวปราสาทว่าจะต้องเล็ก แคบ และจำกัด โดยย้ำถึง 3 ครั้ง และสั่งให้ไทยถอนบุคลากรทั้งหมดออกจากบริเวณยอดเขาพระวิหาร แต่ศาลไม่ได้แนบแผนที่ประกอบ จึงไม่มีเส้นให้เราเห็น" นายวีรชัย อธิบาย

7.เป็นประเด็นที่ศาลโลกเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัย นั่นคือ

หนึ่ง ศาลโลกปี 2505 กำหนดเส้นเขตแดนหรือไม่

สอง พันธกรณีถอนทหารของไทยต่อเนื่องจากคำขอของกัมพูชาหรือไม่

8.ศาลระบุเพิ่มเติมว่าไทยและกัมพูชาต้องร่วมมือกันเพื่อปกป้องปราสาทพระวิหารที่เป็นมรดกโลก และจำเป็นต้องมีทางเข้าในที่ราบเข้าถึงตัวปราสาทจากฝั่งกัมพูชา