ประชุมสภาคำตัดสินศาลโลกคดีพระวิหาร ปขป.ถามหานายกฯร่วม "สุรพงษ์"พร้อมเปิดเผยให้ประชาชนรับรู้ข้อมูล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภา ได้มีการพิจารณา เรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรีเสนอให้เปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 เพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภาต่อคำพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีปราสาทพระวิหาร เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยก่อนเข้าสู่วาระพิจารณา นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ เสนอให้ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาเรื่องดังกล่าว ในการประชุมลับ เพื่อประโยชน์ต่อการเสนอแนะแนวทางเพื่อไปดำเนินเจรจากับประเทศกัมพูชา ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทักท้วงว่าไม่ควรเป็นการประชุมลับ เพราะไม่ใช่เป็นการกำหนดท่าที หรือกรอบเจรจา ขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาร่วมประชุม
ขณะที่ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ระบุว่า สำหรับการเสนอให้เป็นการประชุมลับนั้น ขอให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจง และกรณีที่เรียกร้องให้นายกฯ ร่วมประชุมนั้น ตนมองว่าแม้นายกฯ ไม่ได้มาร่วมแต่ได้ส่ง รองนายกฯ , รัฐมนตรี รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงการต่างประเทศ ที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวมารับฟังและให้ข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นอย่าตีกิน ทำให้นายอภิสิทธิ์ลุกประท้วงและให้ถอนคำพูดว่าตีกิน จนเกิดการตอบโต้ไปมา และระหว่างนั้นมีสส.ปชป.ในห้องประชุมได้เป่านกหวีดขึ้นมากลางห้องประชุม จนทำให้เกิดการประท้วงและขอให้นายนิคมใช้อำนาจสั่งส.ส.ที่เป่านกหวีดหยุดการกระทำดังกล่าว
จากนั้นนายสุรพงษ์ ชี้แจงว่าได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้มาชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา ทั้งนี้นายกฯ ได้เดินทางมาที่รัฐสภาเมื่อช่วงเช้า และขณะนี้ได้ปฏิบัติภาระกิจ เบื้องต้นหลังจากแล้วเสร็จจะเดินทางกลับมาที่รัฐสภา สำหรับการถ่ายทอดสดการประชุมนั้นตนไม่ขัดข้อง เพราะต้องการให้ประชาชนรับข้อมูลไปด้วย ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ตนยืนยันว่าหากจะไปหารือกรอบการเจรจา ซึ่งเข้าข่ายมาตรา 190 จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้งแน่นอน
ขณะที่นายนิคม กล่าวว่าสำหรับข้อเสนอที่ให้มีการประชุมลับนั้น ตนจะขออนุญาตใช้หากการอภิปรายในประเด็นใดจะมีผลกระทบและมีความละเอียดอ่อน แต่ที่ประชุมยังไม่สามารถเข้าสู่การพิจารณาได้ เนื่องจาก นายประสงค์ นุรักษ์ ส.ว.สรรหา เสนอให้เลื่อนการพิจารณาเนื่องจากไม่มีความพร้อมเรื่องเอกสารที่จะให้สมาชิกพิจารณา เนื่องจากไม่มีการแปลเป็นภาษาไทย ขณะที่นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติให้เลื่อนการพิจารณาตามมาตรา 179 เนื่องจากความไม่พร้อมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้ส.ส.เพื่อไทยต้องเสนอญัตติให้ประชุมต่อเข้าสู้ โดยผลการลงมติปรากฎว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้ประชุมต่อ ด้วยเสียง 304 เสียง ต่อ 90 เสียง จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่วาระพิจารณาหลังจากใช้เวลาหารือเกือบ 1 ชั่วโมง





