วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ดีเอสไอ-ปปง.สอบเส้นทางเงินหนุนม็อบ

"สุภรณ์"จี้ดีเอสไอใช้กฎหมาย ป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเมืองของผู้สนับสนุนม็อบ"สุเทพ"

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุม ครม.เช้าวันที่ 12 พ.ย.ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมาเป็นประธานการประชุม เมื่อเวลา 08.50 น.โดยสีหน้าปกติ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหายเครียดแล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แต่ยิ้มก่อนจะเดินขึ้นไปเป็นประธานการประชุม ครม.

เวลา 09.20น. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากการประเมินของฝ่ายความมั่นคงรัฐบาลยังมั่นใจว่าสถานการณ์ยังไม่มีอะไรที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ขณะเดียวกันพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.สั่งการให้เตรียมความพร้อมเต็มที่เพื่อป้องกันรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พ.ย.มีความชัดเจนแล้วว่ามติของ ส.ว. 141 เสียง คว่ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ถือว่าตกไปในชั้นของวุฒิสมาชิกเรียบร้อย ดังนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยืนยันไม่ต้องการให้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่าน นายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย มติพรรคร่วมรัฐบาล และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ออกมายืนยันแล้วว่าจะไม่มีการสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้อีก แต่วันนี้ทำไมนายสุเทพยังไม่หยุด

"วันนี้พฤติกรรมของนายสุเทพและพลพรรคยังออกมาท้าทายในการเดินหน้าต่อ อยากถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่มราชดำเนิน พูดจาภาษาคนรู้เรื่องหรือเปล่า และอยากขอร้องประชาชนที่ออกมาต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาล พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาลมีมติชัดเจน ขอให้ประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะวันนี้นายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำลังจะฟอกตัวเอง เพราะในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ อัยการสูงสุดจะส่งฟ้องศาลคดีฆ่าคนตายโดยเจตนาและเล็งเห็นผล ซึ่งนายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ ไม่มีทางเลือก และภาคประชาชน จะทำเรื่องถึงพนักงานสอบสวน เพื่อขอคัดค้านการประกันตัวทั้งสองคน ดังนั้นการชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการประกาศว่าให้มีการหยุดงาน ระหว่างวันที่ 13-15 พ.ย. การห้ามเสียภาษีกลางปี รวมทั้งการเป่านกหวีดผมมองว่านายสุเทพเสียสติ และเพี้ยนไปแล้ว การประกาศให้ประชาชนทำผิดกฎหมายไม่ให้ทำงาน ไม่ให้เสียภาษีเป็นการท้าทายต่อกฎหมาย ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องหาช่องทางของกฎหมายในการดำเนินคดีต่อนายสุเทพ"นายสุภรณ์ กล่าว

รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า การลาออกจากส.ส.ของนายสุเทพ และสมาชิก ถ้าแน่จริงทำไมไม่ชวนนายเชน และนายธานี เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี น้องชาย ลาออกให้หมดทั้งตระกูล “เทือกสุบรรณ” จะได้ไม่เป็น ส.ส.อีก ถือว่าสิ่งที่ดำเนินการของนายสุเทพขณะนี้เป็นการท้าทายอำนาจกฎหมายในการสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง สร้างม็อบ เพื่อที่จะฟอกตัวเองและคิดจ้องล้มรัฐบาล

นายสุภรณ์ กล่าวถึงจำนวนผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 11 ว่า ต้องยอมรับมีจำนวนมากด้วยเหตุผลที่มีการระดมมาจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะจากจ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเข้าใจได้ว่าประชาชนต้องการมารอฟังคำพิพากษาของศาลโลกคดีเขาพระวิหาร เมื่อศาลตัดสินออกมาสร้างความโล่งใจให้กับทุกฝ่าย ชาวบ้านตามแนวชายแดนก็สบายใจ ผู้ที่เดินทางมารอฟังคำตัดสินก็ต้องมีเหตุผล ทั้งนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุวรรณ และกลุ่ม กปท.การเคลื่อนไหวโดยมีเงื่อนไขคดีเขาพระวิหารถือว่าจบลงไปแล้ว ก็ขอให้เดินทางกลับภูมิลำเนา ส่วนคนที่เหลือก็สามารถแยกปลาออกจากน้ำได้ว่าจะเหลือแค่กลุ่มการเมืองที่หวังผลโค่นล้มรัฐบาลของนายสุเทพ “และมีความชัดเจนจากท่าทีของพล.อ.ปรีชา ที่บ้าอย่างเสียสติประกาศยึดอำนาจจากประชาชนโดยให้ ผบ.เหล่าทัพไปรายงานตัว ให้นายกฯพักงาน เป็นอาการของผู้นำที่เริ่มเพี้ยนและเสียสติมากขึ้นทุกวัน

รองเลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงใจ และเข้มแข็งอดทน ไม่เคยคิดใช้กำลังสลายการชุมนุม หรือใช้สไนซ์เปอร์อย่างที่นายสุเทพ กล่าวหา แบบที่ตัวเองเคยทำร้ายและฆ่าคนอื่นมา แต่ตัวเองกลับมาสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างกระแสเรียกร้องให้คนออกมาปกป้องตัวเอง ถือเป็นวิชามาร เมื่อถามว่ารัฐบาลจะมีวิธีการใดทำให้สถานการณ์การเมืองผ่อนคลายและกลับคืนสู่สภาวะปกติ นายสุภรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้มีการพูดคุยแล้วว่าทุกภาคส่วนต้องชี้แจงต่อประชาชนให้ชัดเจน ว่าการออกมาชุมนุมนั้นไม่มีผลดีต่อบ้านเมือง มี 16 ประเทศประกาศเตือนพลเมืองไม่ให้เข้ามาเที่ยวยังประเทศไทยเป้นการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวสร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างมาก และตนมั่นใจว่าถ้าประชาชนที่มาชุมนุมไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง ในที่สุดจำนวนผู้ชุมนุมก็จดลดน้อยลงจนในที่สุดนายสุเทพคงไม่สามารถชุมนุมต่อไปได้

"ยกเว้นแต่เหมือนที่นายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาให้ข้อมูล เช่นเดียวกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ระบุว่ามีกลุ่มนายทุนที่ให้ทุนมาวันละประมาณ 2 ล้านบาทถ้ากลุ่มนายทุนเหล่านี้ยุติการให้การสนับสนุน การเคลื่อนไหวคงไม่สามารถดำรงอยู่ได้ เพราะลำพังนายสุเทพคงไม่ยอมใช้เงินส่วนตัว เพราะเป็นคนขี้เหนียว ผมอยากเรียกร้องอธิบดีดีเอสไอ ช่วยดำเนินตามตามกฎหมายมาตรา 116 และใช้กฎหมาย ป.ป.ง.มาดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินกลุ่มนายทุนที่ให้เงินมาสนับสนุนกับพรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพ เพราะถือว่าผิดกฎหมายในการโค่นล้มระบอบประชาธิปไตย ยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด"นายสุภรณ์ กล่าว