"ภราดร"เชื่อม็อบหมดเงื่อนไขชุมนุม มั่นใจมาตรการอารยะขัดขืน ไม่สร้างปัญหาให้รัฐบาล
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆว่า เนื่องจากขณะนี้เงื่อนไขในการชุมนุมมีคำตอบแล้ว จึงทำให้สถานการณ์มีแนวโน้มจะบรรเทาลง โดยวุฒิสภามีมติไม่เห็นชอบร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตอนนี้มาอยู่ในขั้นตอนสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลแสดงเจตนารมย์ชัดเจนว่า จะให้กฎหมายฉบับนี้ตกไป จึงเป็นสัญญาประชาคมกับพี่น้องประชาชนแล้ว เงื่อนไขดังกล่าวจึงลดลงไป ทั้งนี้การประกาศลาออกจากส.ส.ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีก 8 คนนั้น ถือเป็นกลยุทธ์ของส.ส.กลุ่มดังกล่าวเพื่อที่จะให้การเคลื่อนไหวทำได้เต็มที่ ไม่สุ่มเสี่ยงที่พรรคจะทำผิดกฎหมาย ส่วนการระดมนัดหยุดงานเคลื่อนไหวในวันที่ 13 - 15 พ.ย.จะต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิดว่าพี่น้องประชาชนจะมาร่วมชุมนุมด้วยหรือไม่ เพราะประชาชนมีความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากพอสมควรว่าเงื่อนไขได้มีการปฏิบัติแล้ว และอยากจะขอร้องกลับไปให้พนักงานปฏิบัติงานกันต่อ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ง่ายที่จะหาเงื่อนไขใหม่ขึ้นมา เพราะเงื่อนไขเรื่องคดีปราสาทพระวิหารได้มีความชัดเจนแล้วว่าจะให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยกันต่อไป เพื่อให้ได้คำตอบเป็นที่ยอมรับ เรื่องที่ล่อแหลมอย่างเส้นเขตแดนนั้นไม่มีแล้ว บรรยากาศเป็นไปในเชิงบวก คงลำบากหากจะหยิบยกขึ้นมา ดังนั้น คิดว่าฝ่ายที่เคลื่อนไหวคงหากลยุทธ์ใหม่ๆ มา
ผู้สื่อข่าวถามว่า การให้ประชาชนที่เห็นต่างเป่านกหวีดในทุกสถานที่ที่นายกฯเดินทางไป ทำให้ต้องเข้มงวดเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นหรือไม่ เลขาฯสมช. กล่าวว่า มีการระมัดระวังอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่ได้จำกัดสิทธิ แต่สิ่งที่ต้องตระหนักซึ่งกันและกันคือ ต้องไม่ละเมิดผู้อื่น เมื่อถามว่า ประเมินว่ามาตรการอารยะขัดยืนของแกนนำ จะจูงใจให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมได้มากน้อยแค่ไหน เลขาฯสมช.กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนจะทำความเข้าใจได้ และคงไม่เป็นปัญหาต่อรัฐบาล





