วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุรนันทน์'ปัดลาออก!ยันตั้งใจทำงานกับรบ.

"สุรนันทน์"โต้ข่าวลาออก ยันมีความตั้งใจทำงานให้กับรัฐบาลอย่างถึงที่สุด

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข่าวลือว่านายสุรนันทน์ได้ยื่นใบลาออกจากการดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะวันนี้ได้คุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพียงแค่เรื่องงานเท่านั้น ซึ่งตนก็เข้ามาทำงานเป็นปกติ และมีความตั้งใจจะทำงานให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุด เพราะวันนี้เราจะไม่ยอมรับอำนาจต่างๆ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเข้ามาคุกคามระบอบประชาธิปไตยแน่นอน

เมื่อถามว่าได้ประเมินสถานการณ์การชุมนุมในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) ไว้ว่าอย่างไร นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ขอเรียนประชาชนอีกครั้งว่าเงื่อนไขของการลุกขึ้นมาชุมนุมเพื่อคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม สำหรับกลุ่มคัดค้านที่มาด้วยความบริสุทธิ์ใจรัฐบาลพร้อมรับฟัง เพราะถ้าหากรัฐบาลไม่รับฟังก็คงไม่เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งๆที่รัฐบาลสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง หรือในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลที่ออกมาให้สัตยาบัน รวมทั้งวุฒิสภาที่รัฐบาลอยากให้มีการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่การประชุมต้องล้มไป ซึ่งรัฐบาลหวังว่าในวันพรุ่งนี้การประชุมวุฒิสภาจะเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อลดความเคลือบแคลงต่างๆ ที่เหลืออยู่ วันนี้ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่สนับสนุนที่จะหยิบยกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมาอีก รัฐบาลจึงอยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมสบายใจได้ ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่จะยกระดับการชุมนุมและพยายามล้มล้างรัฐบาล ตนขอว่าอย่าทำเลย เพราะในวันพรุ่งนี้ถือเป็นวันสำคัญ โดยที่รัฐบาลอยากให้ประชาชนคนไทยมีความสามัคคีกัน การที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก) อ่านคำตัดสินคดีประสาทพระวิหารถือเป็นคดีสำคัญของประเทศ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ทุกมีความสามัคคีกัน เพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและกัมพูชา รวมถึงอธิปไตยของประเทศไทยด้วย

เมื่อถามว่าคดีปราสาทพระวิหารจะเป็นเงื่อนไขในการยกระดับชุมนุมหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ไม่ควรจะเป็นเงื่อนไข เพราะเรื่องคดีปราสาทพระวิหารไม่ได้ดำเนินการเพียงมา 2-3 ปี และในช่วง 4-5 ปี หลังก็มีเรื่องไปขึ้นต่อศาลโลกอีกครั้ง คงไม่มีคนไทยคนไหนอย่างเกิดขึ้น ส่วนสมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาก็พูดชัดว่า หากไม่เกิดเหตุการณ์ในรัฐบาลชุดพรรคประชาธิปัตย์ ก็คงไม่มีการฟ้องร้องกัน แต่เมื่อมาถึงจุดนี้เราคงจะต้องพร้อม เพราะไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร ก็คงต้องมีการปรึกษา วิเคราะห์ รวมถึงมีกลไลในการช่วยกันแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งตรงนี้คงต้องรอฟังคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ก่อน โดยนายกฯ จะเป็นผู้แถลงท่าทางของประเทศไทยเอง

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวหากวันที่ 11 พ.ย. รัฐบาลไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์การชุมนุมได้ ก็จะออกเป็นพ.ร.ก.นิรโทษกรรมและยุบสภา นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ตอนนี้ข่าวลือออกมามาก ตนคิดว่าเรื่องปราสาทพระวิหารเป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในใจนายกฯ และประชาชนทุกคน ที่จะต้องติดตามคำตัดสิน หากคำตัดสินออกมาแล้ว ก็ต้องดูว่าท่าทีของประเทศว่าออกมาเป็นอย่างไร เพื่อหาเกิดประโยชน์สุขของประชาชนคนไทยและสันติภาพมากที่สุด

นายสุรนันทน์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรับฟังคำตัดสินกรณีคดีปราสาทพระวิหารของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในวันพรุ่งนี้ (11พ.ย.) ประชาชนต้องติดตามข่าวสาร ในส่วนของทีมทนายและสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.ต่างประเทศได้เดินทางไปที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว อีกส่วนหนึ่งตามข่าวสารคือส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะต้องติดตามและพร้อมทำความเข้าใจกับต่างประเทศ รวมถึงสื่อมวลชน นอกจากนี้ในส่วนของทำเนียบรัฐบาล โดยนายกฯ จะเริ่มติดตามสถานการณ์ตั้งแต่ 13.00น. ซึ่งการรับฟังถ่ายทอดสดการอ่านคำตัดสินของศาลโลก จะเริ่มในเวลา 16.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งคาดว่าการอ่านคำตัดสินจะเสร็จสิ้นภายในเวลา 18.00 น. หลังจากนั้นทีมทนายก็จะหารือและประสานกับทางนายกฯ รวมถึงผู้บัญชาเหล่าทัพ ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากนั้นนายกฯ ก็จะทำการแถลงถึงท่าทีของประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำเนียบรัฐบาล ได้ใช้ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า เป็นสถานที่ในการติดตามการถ่ายทอดสด การอ่านคำตัดสินที่กัมพูชายื่นคำร้องขอตีความคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 ของศาลโลก ในวันที่ 11 พ.ย. โดยในวันนี้ที่(10พ.ย.) นายกฯ ได้สั่งให้ศูนย์ควบคุมระบบบังคับบัญชากองทัพไทย เข้ามาติดตั้งระบบจอภาพพื้นที่สถานการณ์ตามแนวชายแดน และระบบประชุมทางไกล(วิดีโอ คอนเฟอร์เร้น) รวมถึงจะมีการมอนิเตอร์ จากพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วย