พระมหาจุฬาฯแนะยึดพระพุทธเจ้าไม่ยอมให้เลือดนองแผ่นดิน หลังสังคมไทยขัดแย้งหนักต้านนิรโทษ-ป้องรัฐบาล
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส หัวหน้าโครงการปริญญาโทหลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มจร ได้เป็นวิทยากรในรายการถอดรหัส เรื่อง สติมา ปัญญาเกิด ทางช่อง 11 โดยกล่าวถึงความขัดแย้งในสังคมไทยว่า ความขัดแย้งในสังคมนั้นพระพุทธศาสนามองว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งจะทำให้มนุษย์มาพิจารณาว่าแล้วความถูกต้องจะเป็นอย่างไร อาตมาไม่ได้มองความขัดแย้งในเชิงลบ อย่างเช่นความอยากก็ไม่ควรใจแคบจนมากเกินไปเช่นนี้ก็จะทำให้อยู่ร่วมในสังคมได้
"ความขัดแย้งนั้นในครั้งพุทธกาลก็มีเช่นกัน เช่นพระมีความขัดแย้งกัน พระพุทธเจ้าก็จะเปิดเวทีให้พูดคุยกันแก้ปัญหาร่วมกัน พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เปิดใจฟังอีกฝ่าย เพื่อให้เพื่อนภิกษุอยู่ร่วมกันได้ เพราะมนุษย์ไม่สามารถที่จะอยู่คนเดียวได้ ดังนั้นจึงควรที่จะเปิดใจรับฟังปัญหาของกันและกัน" พระมหาหรรษา กล่าวและว่า
ขอยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งคือตอนที่พระญาติของพระพุทธเจ้าทั้งฝ่ายพระมารดาและพระบิดามีความขัดแย้งกันเรื่องน้ำทำนา พระพุทธเจ้าก็ทรงเสด็จไปห้ามและตรัสถามพระญาติทั้งสองฝ่ายว่าระหว่างน้ำกับเลือดของพระญาติอย่างใดมีค่ามากกว่ากัน พระญาติตอบว่า เลือดของพระญาติมีค่ามากกว่า ทำให้พระญาติเลิกขัดแย้งกัน จากการทำหน้าที่ของพระพุทธเจ้าครั้งนั้นแสดงให้เห็นว่าพระองค์ไม่ต้องการให้เลือดนองแผ่นดิน
"ปัจจุบันนี้ความขัดแย้งในสังคมไทยมีหลายตัวแปร แต่หากคนไทยมองคุณชีวิตของคนไทยด้วยกันมีความสำคัญและปฏิบัติตามแนวทางของพระพุทธเจ้าที่ไม่ยอมให้เลือดนองแผ่นแล้ว ก็เชื่อแน่ว่าความรุนแรงก็จะไม่เกิดขึ้น" พระมหาหรรษา กล่าวและว่า
นอกจากนี้ขอยกพระดำรัสของพระพุทธเจ้าที่ว่า พระองค์รักพระราหุลพระโอรสของพระองค์มากเพียงใดก็รักพระเทวทัตมากเพียงนั้น ดังนั้นเราต้องรักทั้งคนที่อยากรักและคนที่ไม่อยากรัก เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปเกลียดใคร เอาศัตรูมาเป็นมิตรจะดีกว่า แล้วคนไทยก็จะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข อาตมาจึงอยากให้คนไทยมีความอดกลั่นอย่าได้ใจร้อนหาทางแก้ปัญหาหาทางออกร่วมกัน เพราะหากเราใจร้อนแล้วก็จะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการนั้น





