"พิชิต"จวก"สุเทพ"บีบนายกฯ-ส.ว.ให้ทำผิดรธน. ชี้คำแปรญัตติมาตรา3 ระบุชัดปชป.ทิ้งพธม.ให้สู้คดีแบบโดดเดี่ยว
นายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำขาดต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้ดำเนินการให้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมพ้นจากสภาฯ ภายในวันที่ 11 พ.ย.ไม่เกินเวลา 18.00 น.ว่า แนวทางและข้อเสนอของนายสุเทพฉ้อฉลและข่มขืนรัฐธรรมนูญ การที่นายสุเทพ เสนอแนวทางทำให้กฎหมายตายโดยให้วุฒิสภาลงมติว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นกฎหมายการเงิน ข้อเสนอนี้เป็นการข่มขืนรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และเป็นข้อเสนอที่จะให้วุฒิสภาและน.ส.ยิ่งลักษณ์กระทำผิดรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงคือ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ต้องด้วยลักษณะที่เป็นร่างพระราชบัญญัติในอันที่จะจัดสรร หรือจ่ายเงินแผ่นดิน หรือการโอนงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน หรือการดำเนินการที่ผูกพันกับทรัพย์สินของรัฐ อันจะเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 143
"นายสุเทพ จะข่มขืนให้ร่างพ.ร.บ.นี้เป็นร่างพ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงินเพื่อให้ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และขัดแย้งต่อข้อเท็จจริงที่ไม่มีอยู่จริงตามร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมได้อย่างไร เป็นข้อเสนอที่จะให้วุฒิสมาชิกร่วมปิดบังอำพราง ฉ้อฉลข้อเท็จจริงเหมือนกับที่กำลังฉ้อฉลต่อประชาชนโดยชักชวนให้มาคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่สุดท้ายก็ปรากฏความจริงแล้วว่า เจตนาที่แท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพคือการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง"นายพิชิตกล่าว
นายพิชิต กล่าวอีกว่า การที่นายสุเทพแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา 3 ว่า “ มาตรา 3 ให้บรรดาการกระทำใดๆ ของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง เพื่อเรียกร้องหรือให้มีการต่อต้านรัฐ โดยการชุมนุม การประท้วง หรือแสดงออกด้วยวิธีการใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2556 ไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง” หากพิจารณาแล้วจะเห็นว่า ถ้อยคำแปรญัตติของนายสุเทพเป็นคำตอบอยู่ในตัวเองว่า ขอบข่ายของข้อเสนอในการนิรโทษกรรมของนายสุเทพนั้น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่บุกยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง รวมทั้งกรณีที่บุกยึดกรมประชาสัมพันธ์ว่า จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมจากคำแปรญัตติของนายสุเทพ ดังนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ รวมถึงประชาชนควรจะตาสว่างได้แล้ว นี่คือธาตุแท้ของนายสุเทพที่อ้างว่าต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่จริงๆ ทำเพื่อประโยชน์ตัวเองใช่หรือไม่





